“อึก… อื้อ”
“อย่ากลั้นมันไว้ ฉันอยากได้ยินเสียงเธอ”
“มะ…ไม่”
“หึ เธอจะไม่ทำแบบนั้นแน่เมเบล”
“นาย อ๊ะ…อื้อ!”
ฉันหลับตาลงและกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่นกว่าเดิมทันทีที่ฟินิกซ์เริ่มขยับแก่นกายใหญ่ของเขาเข้าออกช้าๆ แต่ลึกทุกการสอดใส่ จากนั้นมือใหญ่ก็ถอดชุดนอนของฉันออกและโยนลงไปที่พื้นข้างเตียงทันที
“อย่ากลั้นมันไว้” ฟินิกซ์โน้มลงมาพูดเสียงเข้มต่ำแหบพร่าที่ข้างใบหูของฉันพร้อมกับขยับแก่นกายเข้าออกเร็วมากขึ้นจนร่างกายของฉันขยับไหวไปตามจังหวะของเขาอย่างน่าอาย บ้าชะมัด!
“ฟินิกซ์… หยุด อื้อ!”
ฉันสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่เมื่อฟินิกซ์กระแทกกระทั้นเข้ามารุนแรงมากกว่าเดิม มือใหญ่จับเอวบางแล้วยกตัวฉันขึ้นให้ไปนั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่งของเขา แล้วริมฝีปากอุ่นร้อนก็จูบซุกไซ้ที่ซอกคอของฉันไปมาอย่างเอาแต่ใจ
“ขยับสิเมเบล”
มือทั้งสองข้างของฉันที่จับอยู่ที่บ่ากว้างของฟินิกซ์จิกเล้บลงไปที่ผิวเนื้อของเขาจนเลือดซิบอย่างโมโห แต่ฟินิกซ์กลับทำเพียงหัวเราะเสียงเข้มต่ำในลำคอแกร่งแล้วจับสะโพกของฉันให้กดลงไปรับแรงกระแทกของเขาโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวและสะดุ้งอย่างตกใจและเจ็บจุกไปหมด
“อ๊ะ นายมันเลว…ฟินิกซ์ เลว”
ฉันรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเรี่ยวแรงได้หายไปหมดจนต้องซบหน้าลงไปบนไหล่กว้างของฟินิกซ์และกัดลงไปที่หัวไหล่แข็งแรงอย่างโกรธเคืองแรงๆ ทันที
“หึ จะเอาแบบนี้ใช่มั้ย ได้เมเบล ฉันจะทำให้เธอครางชื่อฉันไม่หยุดเลย”
“นะ…นายจะทำอะไร อ๊ะ!”
หมับ!
ฉันสะดุ้งด้วยความตื่นตกใจทันทีที่ฟินิกซ์ถอนแก่นกายใหญ่ของเขาออกจากภายในตัวฉันแล้วอุ้มฉันเดินไปทางห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว
“ไม่ต้องขยับหรอก ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้น”
ฉันเงยหน้ามองฟินิกซ์อย่างขุ่นเคืองเมื่อเขาวางฉันลงในอ่างอาบน้ำและพอฉันจะขยับตัวหนีอีกครั้งฟินิกซ์ก็จ้องฉันด้วยสายตาคมดุดันอย่างน่ากลัวทันที ฉันกัดริมฝีปากของตัวเองจนเจ็บแสบไปหมด จากนั้นก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือใหญ่เอื้อมมือไปเปิดน้ำพร้อมกับร่างกายสูงใหญ่เปลือยเปล่าเข้ามานั่งในอ่างอาบน้ำและจับตัวฉันให้ไปนั่งคร่อมที่ตักแกร่งของเขาโดยที่ฉันตั้งตัวไม่ทันด้วยซ้ำ ให้ตายสิ!
“ฉันเกลียดนาย…อ๊ะ!”
ฉันจิกเล็บลงไปที่ต้นคอของฟินิกซ์ทันทีที่เขาดุนดันแก่นกายใหญ่เข้ามาอีกครั้ง น้ำอุ่นๆ ในอ่างมันทำให้ร่างกายที่เมื่อยขบและต้นขาที่สั่นอยู่เล็กน้อยของฉันผ่อนคลายลงก็จริง แต่แรงกระแทกของฟินิกซ์ที่ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดอยู่ภายในอยู่ดี
ฉันขยับขาทั้งสองข้างให้ตั้งชันขึ้นเพราะรู้สึกเจ็บที่หัวเข่าของตัวเองที่ชนกับพื้นอ่างอาบน้ำ แล้วก็รับรู้ได้ทันทีว่าท่านี้มันยิ่งทำให้แก่นกายใหญ่ของฟินิกซ์เข้ามาภายในตัวฉันลึกกว่าเดิม บ้าจริง!
หมับ
“อืม ชอบท่านี้สินะ” เสียงเข้มต่ำแหบพร่าดังอยู่ข้างใบหูพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนของเขาก็สัมผัสอยู่บริเวณซอกคอของฉันจนฉันรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
“หยุดนะ…อื้อ!”
มือใหญ่จับใบหน้าของฉันให้หันไปรับรสจูบที่ดุดันจนฉันที่พยายามเม้มริมฝีปากเอาไว้เพื่อไม่ให้ลิ้นเปียกชื้นของฟินิกซ์เข้ามาลิ้มรสหวานในโพรงปากของฉันได้ถึงกับต้องเผยอริมฝีปากออกเพราะเขาขบเม้มจนฉันเจ็บแสบริมฝีปากของตัวเองไปหมด
ฉันจับบ่ากว้างของฟินิกซ์เอาไว้แน่นเมื่อเขาขยับแก่นกายใหญ่เข้าออกรัวเร็วมากขึ้นโดยที่ยังคงบดจูบกับฉันไม่ห่างจนฉันหายใจแทบไม่ทัน น้ำที่อยู่ภายในอ่างกระเพื่อมตามแรงกระแทกกระทั้นพร้อมกับเกิดเสียงน่าอายดังไปทั่วห้องน้ำ เสียงครางของฉันก็ดังออกมาอย่างไม่รู้ตัวและควบคุมมันเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไปเมื่อฟินิกซ์จับเอวบางของฉันให้รับจังหวะการขยับช่วงล่างที่เรายังเชื่อมกันอยู่
“เป็นไงเมเบล เรียกชื่อฉันสิ” ฟินิกซ์ผละริมฝีปากออกแล้วลิ้นเปียกชื้นก็ไล้เลียขบเม้มที่ซอกคอของฉันอย่างเอาแต่ใจอีกครั้ง
ฉันสูดหายใจเพื่อเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ และรู้สึกสมองขาวโพลนและมึนเบลอไปกับสัมผัสของฟินิกซ์จนรู้สึกไม่เป็นตัวเองทันที หัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยที่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ฉันมองสบสายตาคมดุดันวาววับอย่างเจาเล่ห์ของฟินิกซ์ด้วยดวงตาที่หรี่ปรือ และความโกรธเคืองที่มาพร้อมกับความเสียวซ่านที่ไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้อีกต่อไป
“ฟินิกซ์…อื้อ”
ฉันค่อยๆ ขยับขึ้นลงไปตามมือใหญ่ที่จับสะโพกของฉันเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว หลับตาและแหงนหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็ปล่อยให้ตัวเองขยับไปตามการชักนำของเจ้าของร่างกายสูงใหญ่ที่ฉันกำลังนั่งคร่อมอยู่ที่ตักแกร่งของเขาทันที
“หึ ดีมากเมเบล”
ฟินิกซ์ปล่อยมือใหญ่ที่จับอยู่ตรงสะโพกแล้วเปลี่ยนไปบีบเค้นที่หน้าอกทั้งสองข้างที่กำลังสั่นไหวไปตามการขยับขึ้นลงของฉัน จากนั้นลิ้นเปียกชื้นก็ขบเม้มและดูดดึงยอดอกที่แข็งชูชันแรงๆ จนเกิดเสียงน่าอายผสมผสานไปกับเสียงกระแทกกระทั้นและเสียงครางของฉันจนแทบแยกไม่ออก
“อ๊ะ…ฟินิกซ์ ฉัน…อื้อ”
ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้และหอบหายใจแรง เมื่อฟินิกซ์ยังคงดูดดึงยอดอกทั้งสองของฉันข้างสลับกันไปมาอย่างกระหายจนฉันเสียวซ่านและขาเริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย
“หึ”
หมับ!
“ฟินิกซ์…อ๊ะ!”
ฉันเบิกตาโพรงและครางออกมาเสียงดังทันทีที่ฟินิกซ์กระแทกกระทั้นเข้ามาภายในตัวฉันรัวเร็ว แล้วฟุ่บหน้าลงไปกับบ่ากว้างอย่างหมดแรง รับรู้แค่ว่าภายในของตัวเองกำลังตอดรัดแก่นกายใหญ่ถี่ยิบและเสียงหัวใจที่เต้นแรงตึกตักไม่หยุดอย่างบ้าคลั่งจนฉันควบคุมมันเอาไว้ไม่ได้ จากนั้นฟินิกซ์ก็กระแทกสวนเข้ามาอีกสองสามครั้งแล้วท่อนแขนแข็งแรงก็กอดฉันเอาไว้พร้อมกับกดจูบลงมาที่ซอกคอของฉันแรงๆ หนึ่งที
“เมเบล เด็กดีของฉัน” เสียงเข้มต่ำแหบพร่าของฟินิกซ์กระซิบที่ข้างใบหูของฉัน แล้วฉันก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก เพราะรู้สึกเมื่อยไปทั่งร่างและเหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไรออกมา
ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะปิดลงฉันรับรู้แค่ว่าเกลียดฟินิกซ์ที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ และเกลียดตัวเองเหมือนกันที่ทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้ลงไปกับคนอย่างฟินิกซ์ บ้าชะมัด…
ฉันตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนของฟินิกซ์ และการที่เขาไม่อยู่ก็ทำให้ฉันต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ฉันลุกขึ้นนั่งและก็เพิ่งสังเกตได้ว่าร่างกายของฉันมีเสื้อยืดตัวใหญ่สวมอยู่
“บ้าจริง”
ฉันพึมพำขึ้นมาอย่างหัวเสีย ฟินิกซ์คงเป็นคนพาฉันมานอนที่เตียงใหญ่และใส่เสื้อยืดของเขาให้แน่ๆ เลย
ฉันขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัยเล็กน้อยเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกล่องโทรศัพท์มือถือวางทับอยู่บนกระดาษใบเล็กๆ พอหยิบขึ้นมาดูก็ต้องนั่งนิ่งอย่างมึนงงและไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกแบบไหนดี
‘ของเธอ เด็กดีของฉัน’
“ใครเป็นเด็กดีของนายกัน ให้ตายสิ”
ฉันวางกระดาษไว้ที่เดิม แล้วหยิบกล่องโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาแกะดู พอลองเปิดเครื่องก็ใช้ได้จริงๆ
ฉันนึกว่าฟินิกซ์จะแกล้งยั่วโมโหฉันเล่นสนุกๆ แค่นั้นเอง นี่เขาซื้อโทรศัพท์มือถือมาให้ฉันใช้งั้นเหรอ ไม่กลัวฉันหนีแล้วหรือไงน่ะ… เหอะ ฟินิกซ์คงคิดว่าฉันหนีไปไหนไม่รอดสินะ ก็คนของเขาเฝ้าอยู่รอบบ้านขนาดนี้
หลังจากที่ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินลงมาที่ชั้นล่าง ขระที่กำลังเดินไปทางห้องครัวสายตาของฉันก็แอบเห็นโทนี่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ฉันยิ้มบางส่งไปให้เขาเป็นการทักทาย ซึ่งก็โทนี่ก็ทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อยโดยที่ยังคงทำสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องครัวทันที โทนี่คงจะเป็นคนที่ตำคามคำสั่งของฟินิกซ์ได้ดีเยี่ยมแน่ๆ เขาเหมือนหุ่นยนต์ชะมัดเลย
“คุณเมเบลคะ” ฉันหันไปมองตามเสียงของจูลี่ที่กำลังทำความสะอาดอยู่ภายในห้องครัว
“มีอะไรเหรอจูลี่”
“คุณฟินิกซ์สั่งเอาไว้ว่าถ้าคุณเมเบลจะทานข้าวให้จัดโต๊ะอาหารเอาไว้เลยค่ะ คุณเมเบลจะทานข้าวเลยมั้ยคะ”
ฉันขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ทันทีที่ได้ยินคำสั่งของฟินิกซ์ ให้ตายถอะ บ้าอำนาจหรือไงกัน มาเฟียเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าเนี่ย ชอบสั่งและบังคับขมขู่ฉันอยู่ได้
“ไม่เป็นไรหรอกจูลี่ เดี๋ยวฉันไปหากินเองดีกว่า”
“แต่ว่าคุณฟินิกซ์…” จูลี่ทำสีหน้าดูลำบากใจเล็กน้อยที่จะต้องขัดคำสั่งของฟินิกซ์อีกครั้ง แต่ฉันก็รีบเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นมาดื่มซะก่อน
“แล้วนี่ฟินิกซ์ไปไหนซะล่ะ เขาไม่กลัวฉันหนีไปแล้วรึไง” ขนาดตัวไม่อยู่ยังหาวิธีมาบังคับและสั่งฉันได้อีกนะ มันน่าโมโหที่สุดเลย
“คุณฟินิกซ์ไปคุยงานที่กับคุณครูสตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
“งั้นเหรอ ขอบใจมากนะ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับส่วยิ้มไปให้จูลี่ที่ยิ้มกว้างมาให้อย่างเป็นมิตรทันที
ฉันกินข้าวและช่วยจูลี่ทำความสะอาดอีกนิดหน่อย ตอนแรกเธอก็ไม่ยอมให้ฉันทำหรอก แต่ฉันก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ ในบ้าหลังใหญ่นี่เหมือนกัน จะหนีก็คงหนีไปไหนไม่พ้นคนอย่างฟินิกซ์อยู่ดี
“ที่หลังบ้านมีสวนด้วยเหรอ” สายตาของฉันเหลือบไปเห็นสวนดอกไม้ที่ดูร่มรื่นจากทางหน้าต่างของห้องครัวพอดีเลยหันไปถามจูลี่ที่ยังคงทำความสะอาดอยู่
“ใช่ค่ะ คุณเมเบลไปนั่งเล่นสินะ จะได้ผ่อนคลายขึ้น” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเหนื่อยหย่ายจนจูลี่มองฉันด้วยสีหน้าสงสัย
“ฉันจะผ่อนคลายขึ้นถ้าได้ออกไปจากที่นี่สักที แต่เอาเถอะ ในเมื่อหนีไปไหนไม่ได้ก็จะไปนั่งเล่นหน่อยแล้วกัน ขอบคุณมากนะจูลี่”
“คุณเมเบล…”
ฉันยิ้มบางให้จูลี่ที่มองฉันด้วยสีหน้าเป็นกังวลปนเป็นห่วงเล็กน้อย จากนั้นก็เดินไปทางสวนหลังบ้านที่ดูร่มรื่นเหมาะกับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจ แล้วหยิบเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ฟินิกซ์คิดอะไรของเขาอยู่กันแน่ถึงได้ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ฉันใช้ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนทำของฉันพังเองเนี่ย ให้ตายสิ
“มันคงใช้ได้สินะ”
ฉันนั่งดูโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือแล้วก็อยากจะโทรไปหาน้าคริสติน่าอีกครั้ง กลัวว่าท่านจะเป็นห่วงเพราะฉันก็มาอยู่ที่นี่นานพอสมควร ไม่ได้ไปเจอนาคริสติน่าสักครั้ง ป่านนี้ท่านจะเป็นยังไงบ้างนะ แล้วใครจะช่วยดูแลร้านเนี่ย…
“ทำอะไร” “ทำอะไร” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของเสียงเข้มต่ำที่ยืนพิงศาลาสีขาวภายในสวนที่ฉันกำลังนั่งอยู่ด้วยสายตาขุ่นเคืองทันที
“เรื่องของฉัน”
“หึ แต่นั่นมันมือถือที่ฉันให้เธอ ฉันมีสิทธิ์จะรู้... เมเบล”
ฟินิกซ์ยกยิ้มมุมปากขึ้นพร้อมกับมองสบสายตากับฉันด้วยสายตาคมดุดันเจ้าเล่ห์จนฉันต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหงุดหงิด บ้าชะมัด แค่เห็นหน้าเขาฉันก็อยากจะไปให้พ้นๆ ซะ แต่ก็รู้ว่าคงหนีไปไหนไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ
“เหอะ งั้นก็เอาคืนไปสิ จะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกันนักหรอก”
ฉันยื่นโทรศัพท์มือถือในมือไปด้านหน้าของฟินิกซ์ เอาเดินเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วมองลงไปยังโทรศัพท์ จากนั้นเขาก็หัวเราะในลำคอแกร่งเล็กน้อย เป็นบ้าอะไร มีอะไรน่าขำมากงั้นเหรอ
หมับ!
“นี่นาย!”
ฉันเบิกตาโพรงและร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีที่ถูกมือใหญ่จับข้อมือของฉันเอาไว้ แล้วเขาก็ดึงตัวฉันเข้าไปใกล้กับแผงอกกำยำ จากนั้นฟินิกซ์ก็ใช้ท่อนแขนแข็งแรงมาโอบรอบเอวบางของฉันให้ขึ้นไปนั่งบนตักแกร่งด้วยความรวดเร็วโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
“ถามว่าทำอะไร”
เสียงเข้มต่ำดังอยู่ข้างใบหูพร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงทั้งสองข้างกอดรัดรอบเอวบางของฉันแน่นขึ้นกว่าเดิมจนฉันที่กำลังจะลุกหนีขยับตัวไปไหนแทบไม่ได้ ให้ตายสิ!
“ก็บอกว่าเรื่องของฉันไง” ฉันหันใบหน้าหนีปลายจมูกโด่งของฟินิกซ์ที่คลอเคลียมาที่ผิวแก้มของฉันไปมา
“อย่าดิ้นเมเบล”
ฟินิกซ์กอดฉันแน่นขึ้นและดึงตัวฉันให้นั่งที่ตักแกร่งของเขาให้ถนัดมากกว่าเดิม ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันไปมองหน้าฟินิกซ์ด้วยความหงุดหงิดทันที
“ปล่อย”
“หึ ฉันเคยทำตามที่เธอบอกรึไง” ฟินิกซ์ยกยิ้มมุมปากและมองฉันด้วยสายตาคมดุดนอย่างเจ้าเล่ห์จนฉันอยากจะข่วนใบหน้าของชะมัดเลย!
“นายต้องการอะไรฟินิกซ์”
“ลองทายดูสิ” ทายบ้าอะไรล่ะ! นี่เขาจงใจยั่วโมโหฉันอยู่หรือไงกัน ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ
“นายให้มือถือฉันทำไม ในเมื่อนายก็เอาแต่บังคับและออกคำสั่งใสฉันอยู่ตลอดแบบนี้”
พรึบ
“เธอไม่ต้องรู้หรอก” มือใหญ่จับปลายคางของฉันให้หันไปสบสายตาคมดุดันของเขาตรงๆ และนิ้วเรียวยาวก็ลูบไล้ที่ผิวแก้มของฉันไปมาอย่างแผ่วเบา
“ฉันไม่ใช่ของเล่นหรือสัตว์เลี้ยงของนายนะฟินิกซ์” ฉันเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นและมองสบสายตมคมด้วยความโกรธเคืองทันที
หมับ!
“หึ ออกไปข้างนอกกับฉัน” พอฟินิกซ์พูดจบเขาก็อุ้มฉันขึ้นไปพาดบ่ากว้างแล้วแล้วเดินๆปทางหน้าบ้านด้วยความรวดเร็ว
“นายจะพาฉันไปไหน ปล่อยนะ!”
ฉันโวยวายแล้วใช้มือทั้งสองข้างทุบลงไปที่แผ่นหลังกว้างกำยำของฟินิกซ์แรงๆ ตลอดทาง แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ฟินิกซ์กลับหัวเราะในลำคอแกร่งอีกต่างหาก ให้ตายเถอะ!