บทที่1 ความจริงหรือความฝัน1
บทที่ 1 ความจริงหรือความฝัน 1
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาเดินเข้ามาอย่างเป็นจังหวะ มาหยุดยืนที่หน้าประตูขนาดใหญ่ ด้านในมีหญิงสาวนางหนึ่งนั่งอยู่ นางกุมมือทั้งสองข้างที่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น นางเฝ้าฝันถึงวันเวลานี้มานานหลายปี ในที่สุดก็สามารถขึ้นมาอยู่ตำแหน่งนี้ได้ ตำแหน่งฮองเฮาของชายที่นางเฝ้ารักมาหลายปี บัดนี้กลายเป็นจริงแล้ว
เสียงฝีเท้าหยุดอยู่หน้าประตูค่อยๆ จากนั้นก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาช้าๆ ทุกย่างก้าวทำเอาใจนางเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ ใบหน้างดงามภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง ปรากฏความตื่นเต้นอย่างชัดเจน
ฝ่ามือใหญ่ค่อยๆ ยื่นมาที่ผ้าคลุมหน้าสีแดงของนางช้า ๆ ทันทีที่ผ้าคลุมหน้าผืนเล็กถูกเปิดออก ดวงตาของคนทั้งคู่ก็สบตากันราวกับโลกนี้หยุดหมุน ใบหน้ารูปไข่งดงามนัยน์ตาสีดำขลับ ริมฝีปากอิงเถาเผลอขึ้นเล็กน้อย ใบหน้างดงามปานล่มเมืองปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปาก จ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย
“เจ้าคือเจิ้งจือชีงั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มดังขึ้น พร้อมกับแรงบีบที่แขนทั้งสองข้างของนาง เจิ้งจือชีคือชื่อของนางเอง นางพยักหน้ารับพร้อมทั้งจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
“ฝ่าบาท ทรงเป็นอะไรไปเพคะ วันนี้เป็นวันอภิเษกของเรานะเพคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานดังขึ้น สายตาของนางมองไปที่เขาด้วยความไม่เข้าใจ
“แต่งงานงั้นหรือ สตรีแพศยาเช่นเจ้า คิดว่าข้าอยากแต่งด้วยงั้นหรือ” น้ำเสียงเย็นชาของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มที่เคยอ่อนโยนและแสนดีคนนั้นได้หายไปแล้ว เหลือเพียงปีศาจร้ายในชุดแต่งงานสีแดงตรงหน้านางเท่านั้น นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น
ในขณะที่นางกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มก็ผลักร่างของนางลงบนเตียง จากนั้นก็ผูกข้อมือทั้งสองข้างของนางเอาไว้กับหัวเตียงด้วยท่าทางป่าเถื่อน
“ฮึก ฝ่าบาทเหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วยเพคะ” นางร้องถามขึ้นด้วยความสงสัย เขาเป็นอะไรไป ฝ่าบาทที่เคยแสนดีคนนั้นของนางเล่า เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้
“เจ้ายังไม่รู้ตัวงั้นหรือ หากไม่เป็นเพราะเจ้า นางก็คงไม่จากข้าไป หากไม่มีเจ้านางก็ยังคงอยู่กับข้า สตรีแพศยาเช่นเจ้าไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้"เขาพูดจบ ก็ยื่นมือไปกุมลำคอของนางเอาไว้ด้วยสายตาเคียดแค้น
“อึก แค่ก ท่านพูดเรื่องอะไร ข้าไม่เข้าใจ"นางพยายามดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับไม่สามารถหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขาได้ ใบหน้างดงามค่อยๆ นิ่งสงบและหมดสติไปในเวลาต่อมา ด้วยความรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
สองปีก่อนหน้านั้น
ภายในสวนอุทยานหลวง มีชายหญิงสามคนกำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน หนึ่งในนั้นคือเจิ้งจือชี ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของสกุลเจิ้งแห่งป๋อหลิง นางเป็นบุตรสาวของเสนาบดีเจิ้ง เป็นตัวเต็งในการคัดเลือกตำแหน่งพระชายาในครั้งนี้
ทว่าองค์ชายห้าเฉินมู่เฟยกลับไม่ได้ปักใจที่นาง เขาชมชอบหลานเสี่ยวโหรวบุตรสาวท่านเจ้ากรมการคลังผู้นั้นจนหมดใจ หลานเสี่ยวโหรวและเจิ้งจือชีเป็นเพื่อนสนิทที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่คิดจะแย่งชิงตำแหน่งชายาองค์ชายห้าในครั้งนี้ เพราะรู้ว่าทั้งสองคนมีใจให้แก่กัน ทว่าเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อถึงวันคัดตัวรอบสุดท้าย หลานเสี่ยวโหรวกลับถอนตัวและผูกคอตาย เฉินมู่เฟยกลับปักใจเชื่อว่าเป็นคนผิดของนาง
นับตั้งแต่คืนแต่งงานที่นางกลายเป็นฮองเฮาของเขา หลังจากเหตุการณ์นั้นสองปี ชีวิตของนางก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น
นางลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดล้าไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดที่นางได้รับ ทำให้นางไม่อาจบอกกล่าวกับผู้ใดได้ ทำได้เพียงเก็บเงียบเอาไว้เพียงคนเดียว นางจ้องมองร่องรอยสีกุหลาบ ที่ปรากฏบนร่างของนางด้วยความรู้สึกรังเกียจ นางนั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลรินอาบแก้มอย่างน่าสงสาร
“ฮองเฮาเพคะ พระนางไม่ยอมเสวยมาตลอดทั้งวัน จะป่วยเอานะเพคะ” สาวใช้คนสนิทเดินเข้ามา พร้อมทั้งกล่าวขึ้นด้วยท่าทางโศกเศร้า ยิ่งนางเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งอดเป็นห่วงไม่ได้
“เสี่ยวหงจู ข้าทำอะไรผิดงั้นหรือ ข้ารักเขามาก่อน ก่อนที่เขาจะพบกับนางด้วยซ้ำ เรื่องในครั้งนั้นข้าก็ไม่ได้เป็นคนทำ เหตุใดเขาจึงปักใจว่าเป็นข้า” นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า จากนั้นก็ปล่อยให้น้ำตาไหลรินเป็นสาย
“ตอแหล เจ้าคิดจะบีบน้ำตาให้ใครดูกัน” ชายหนุ่มในชุดมังกรสีดำเดินเข้ามา พร้อมทั้งจ้องมองนางไม่วางตา เขาเดินตรงไปหานางที่นั่งอยู่กลางเตียง จากนั้นก็กระชากผ้าห่มบนร่างของนางออกในทันที
“ออกไป!!!” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น เหล่านางกำนัลต่างก็รีบวิ่งออกไปจากห้องบรรทมในทันที หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นอย่างทุกข์ทรมาน
เจิ้งจือชีจ้องมองชายคนรัก ที่นางรักจนหมดใจกำลังทารุณนางอย่างหนัก ใบหน้างดงามเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา นางไปทำเวรทำกรรมอันใดเอาไว้ เหตุใดต้องพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้
เฉินมู่เฟยเงยหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาเกลียดชัง แม้เขาจะรังเกียจนาง แต่เขากลับชมชอบเรือนร่างของนางยิ่งนัก สตรีชั่วร้ายเช่นนางเหตุใดถึงทำให้เขารู้สึกเช่นนี้
“ฝ่าบาท ฮึก หม่อมฉันไปทำอะไรให้พระองค์นักหนา เหตุใดต้องทำร้ายกันเช่นนี้” นางตัดพ้อออกมาด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ พร้อมทั้งจ้องมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวด หัวใจของนางบอบบางเกินกว่าจะรับเรื่องนี้ไหวแล้ว
“ฮึ เจ้ามีสิทธิ์ถามด้วยงั้นหรือ” พูดจบเขาก็เดินลงจากเตียงไป แล้วตะโกนเรียกเหล่านางกำนัลที่อยู่ด้านนอกเข้ามา
“เอายาขับความร้อนเข้ามา ข้าจะไม่ยอมให้มารหัวขนเกิดขึ้นเด็ดขาด” สิ้นเสียงเขา ก็มีนางกำนัลสองคนเดินถือชามยาเข้ามาด้วยท่าทีหวาดกลัว
“เอาให้นางกิน"เมื่อได้รับคำสั่ง นางกำนัลทั้งสองก็ไม่อาจขัดขืนได้ พวกนางจำต้องจับยาขับความร้อน กรอกปากฮองเฮาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฮึก ปะ ปล่อยข้า แค่ก ๆ” นางสำลักออกมาจนหน้าดำหน้าแดง ดวงตาสีดำขลับที่เอ่อไปด้วยหยาดน้ำตา จ้องมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวดระคนหมดใจ
“หากคนที่ตายเป็นข้า ท่านจะเสียใจหรือไม่” น้ำเสียงแผ่วเบาของนางดังขึ้น พร้อมกับปิ่นปักผมรูปหงส์ที่อยู่ในมือ จ่อที่ลำคอขาวผ่องของนางอย่างน่าหวาดกลัว
ทว่าชายหนุ่มกลับกระตุกยิ้มมองนางด้วยสายตาสมเพช เขาไม่เชื่อว่านางจะกล้าฆ่าตัวตาย คนชั่วร้ายเช่นนาง รักชีวิตตนเองเป็นที่สุด นางไม่กล้าหรอก
“ถ้าเจ้าตายตอนนี้ ข้าจะถือเสียว่าเรื่องระหว่างเราไม่เคยเกิดขึ้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมทั้งจ้องมองนางไม่กะพริบตา
“เฉินมู่เฟย นับจากวันนี้ไป สายสัมพันธ์ระหว่างเราถือเสียว่าขาดสิ้น ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน ข้าขอไม่รักท่านอีกทุกภพทุกชาติไป” พูดจบนางก็ใช้ปิ่นหงส์ในมือแทงเข้าไปที่ลำคอของตนจนทะลุในทันที
พลึบ อึก
ร่างของนางค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง จากนั้นก็สิ้นสติไปในทันที จบกันเสียทีความรู้สึกทุกข์ทรมานนี้
ชายหนุ่มจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาตกตะลึง เขารู้สึกราวกับว่าภาพตรงหน้าเป็นเพียงความฝัน ร่างกายของเขาชาไปทั้งร่าง ความรู้สึกปวดที่หัวใจค่อยๆ โถมเข้ามา เขาเดินตรงไปที่นางด้วยความไม่คาดคิด และสิ่งที่เขาสัมผัสตรงหน้าก็บอกเขาอย่างชัดเจนว่านี่คือความจริง ไม่ใช่ภาพลวงตา
“อ๊ากกกก” เขาตะโกนดังลั่นด้วยความรู้สึกที่แน่นในอก
“เจิ้งจือชี เจ้าจะตายไม่ได้ ข้าไม่ยอม!!! อ๊ากกกกก” เสียงร้องตะโกนของเขาดังก้องในหัว ไม่มีใครรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกันแน่ กับฮองเฮาที่แต่งเข้ามาเพราะความเกลียดชังนางนี้
“เจิ้งจือชี!!!”
ฮึก นางสะดุ้งจนสุดตัว พร้อมทั้งจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาตกตะลึง นี่มันอะไรกัน ฝันงั้นหรือ