EP.1 ถูกใจอ่ะ... ชอบ... ขอคุยด้วยหน่อย
วันที่ 31 ตุลาคม 25XX
วันนี้คือวันศุกร์ที่เป็นยิ่งกว่าวันศุกร์แห่งชาติ หญิงสาวไม่สนว่ามันจะเป็นศุกร์สิ้นเดือนหรือจะเป็นวันฮาโลวีน แต่มันเป็นวันเกิดของเธอ…
‘ตุบ!’
ร่างบางในชุดนักเรียนกระโดนลงจากกำแพงด้านหลังโรงเรียน ท่าทางเลิกลั่กแต่มีมีความสุข ใบหน้าสวยเจ้าของดวงตากลมใส ปากนิดจมูกหน่อย ออกไปทางน่ารักน่าทะนุถนอม เรือนผมยาวสีน้ำตาถูกดัดเป็นลอนพอสวยงามพลิ้วไสวไปลมยามร่างของเธอกระทบกับพื้น
“ใครบอกว่าโดดเรียนเป็นเรื่องยาก… ง่ายจะตายห่า!” เรียวปากสวยผลิตคำหยาบซึ่งขัดกับใบหน้าออกมาก่อนจะปัดกระโปรงนักเรียนแล้วเดินจากไป
ทันทีที่มาถึงห้างสรรพสินค้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนักเรียนเป็นส่ายเดี่ยวสีดำกับกระโปรงหนังกลับสั้นเหนือเข่า หญิงสาวก็ตรงเข้ามายังร้านไอศกรีมเจ้าโปรดเพื่อสั่งรสช็อกโกแลตอย่างสบายอกสบายใจ
‘ครืดๆ’
เสียงมือถือที่ตั้งระบบสั่นดังขึ้น มือบางคว้ามันมากดรับสายโดยไม่ต้องมองให้เสียเวลาว่าเป็นสายของใคร เพราะเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเป็นเพื่อนรักหนอนหนังสือของเธอแน่
“เนปาล! นี่แกหนีเรียนอีกแล้วเหรอ!” เนปาล… คือชื่อของเธอ เด็กสาววัยสิบเจ็ด
“เออมีไร” เนปาลตอบพลางรับไอศกรีมที่สั่งมาเลียกิน
“กลับเข้ามาเรียนเดี๋ยวนี้เลย แกขาดเรียนบ่อยไปแล้วนะ”
“เวลล์… วันนี้วันเกิดกูไหม แล้วคือกูก็นัดกับพิทช์ไว้ จะให้กลับเข้าไปเรียนได้ไง”
“พิทช์ไหนของแก”
“ก็ไอ้คนที่มาชอบกูไง”
“อ่าว! ไหนว่าแกไม่ชอบเขาแล้วนี่ไปนัดกันได้ยังไง”
“ก็ไม่ได้ชอบ มาเจอไปงั้นๆแหละ แค่นี้นะ”
“เนปาล! อย่าเพิ่งวาง”
“อะไรอีก”
“คืนนี้ฉันไปหาที่บ้านนะ อย่าไปไหนล่ะ”
“ไม่ได้! คืนนี้กูมีนัดแล้ว แต่นี้นะบายนังน่าเบื่อ!” สายถูกตัดไปด้วยฝีมือของเนปาล
ไม่นานคนที่เนปาลมารอก็มาถึง เขาคือชายหนุ่มวัยเท่ากันกับเธอแต่อยู่คนละโรงเรียน พิทช์เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ใช่ว่าใครที่จะชอบเนปาลแล้วจะได้มาเดทกับเธอ
“รอนานไหม” คิดคำทักทายมาจากบ้านตั้งนาน แต่พอมาเจอเขากลับพูดได้เท่านี้
“นานมาก… ฉันมาถึงตั้งแต่เที่ยงครึ่งแล้ว”
พิทช์มองเหวอให้เนปาลก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยวสามสิบเก้านาที เนปาลรอเขาเพียงไม่ถึงสิบนาทีเธอกลับบอกว่านานมาก… เอาน่า… เธอคือเนปาลผู้น่ารักและโด่งดังเลยนะ
“ขอโทษทีนะ” พิทช์ยกมือขึ้นเกาหัวอย่างเก้อเขิน
“ไม่เป็นไรหรอก เพราะคงมาเจอแค่ครั้งเดียว” เนปาลเป็นคนตรงไปตรงมามาก… มากๆ
“ทะ… ทำไมล่ะ?”
“นายไม่หล่ออ่ะ… ไม่เห็นเหมือนในรูปเลย ใช้แอพเหรอ”
“เห้ย! เธอ… ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ” พิทช์เลิกคิ้วอย่างนึกไม่พอใจขึ้นมา
“เรื่องจริงทั้งนั้น… นัดมาห้างไม่มีอะไรทำหรอก ไปลานสเก็ตกันดีกว่า” เนปาลลุกขึ้นจากโต๊ะ
“แต่ฉันจองตั๋วหนังไว้แล้วนะ” พิทช์หยิบตั๋วหนังขึ้นมาโชว์
“ใครบอกจะดูหนังวะ? นี่คงไม่ได้คิดจะล้วงฉันในที่มืดๆใช่ไหม” พูดจบเนปาลก็เดินออกไปจากร้าน ทิ้งให้คู่เดทยืนอ้าปากค้างกับความตรงเวอร์ของเธอ
เนปาลกับพิทช์มาถึงลานสเก็ตบอร์ดซึ่งติดกับมหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอเดินมานั่งที่ริมเก้าอี้ริมฟุตบาตรแล้วทอดสายตามองคนที่เล่นสเก็ตบอร์ดอย่างไม่พูดไม่จา
“เธอเล่นสเก็ตด้วยเหรอ” พิทช์ถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
“ไม่อ่ะ… แค่ชอบดู”
“แล้วทำไมไม่ลองเล่นดูล่ะ” เขาแค่เพียงอยากจะชวนเธอคุย
“ก็บอกว่าชอบดูไง… ไม่ได้ชอบเล่น” เนปาลว่าพลางเหลือกตามองพิทช์อย่างรำคาญ
“ทำไมเธอถึงรับนัดฉันล่ะ…” เขาถามเพราะเริ่มรู้สึกได้ว่าเนปาลไม่ได้สนใจตัวเขาแม้แต่น้อย
“เอามาเป็นไม้กันหมา” ตอบตรงก็ตอบตรง
“ว่าไงนะ?”
“ดูนะ… พวกนั้นอ่ะไม่รู้ไปเอาไลน์ฉันมาจากไหน ทั้งไลน์ทั้งเฟสบุค แอดมาไม่พอยังทักมาคุยอีกน่ารำคาญ ลองฉันมาที่นี่คนเดียวสิ พวกแม่งต้องเข้ามาคุยแน่ๆ” เนปาลชี้ไปยังหนุ่มแก๊งสเก็ตบอร์ด เด็กมหาวิทยาลัยที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองมาที่เธอ
“จริงด้วย…” พิทช์คนซื่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับเนปาลจนลืมว่าเธอเพิ่งบอกว่าพาเขามาเป็นไม้กันหมา
“นายนี่ก็โอเคดีนะ… เราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้” เนปาลยิ้ม และรอยยิ้มของเธอก็ทำเอาคนแถวนั้นรวมทั้งพิทช์แทบหลอมละลายไปตามกัน
‘วืด!!! ปั่ก!!! ฟิ๊ววว!”
เสียงหนึ่งเรียกร้องความสนใจของเนปาลให้มองกลับไปที่ลานสเก็ตบอร์ด ชายคนหนึ่งกำลังใช้สเก็ตบอร์ดไถลงจากที่สูงอย่างสวยงาม
“สุดยอด…” เนปาลตบมือก่อนตะเอ่ยชมเบาๆ
‘พลั่ก!’
‘โครม!!!’
แต่แล้วภาพสวยงามนั้นก็จบลงเมื่ออยู่สเก็ตบอร์ดนิรนามก็ลอยมากระแทกนักสเก็ตยอดฝีมือจนล้มลงไปนอนกับพื้น เนปาลลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ สายตาของเธอจับจ้องไปยังร่างสูงที่เดินคาบบุหรี่เข้ามาหยุดยืนมองนักสเก็ตบอร์ดที่กำลังนอนคุดคู้ด้วยความเจ็บปวด
“เจ็บไหม” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถาม
“ไอ้… ซัน”
“เจ็บไหม?” ร่างสูง เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาพ้นควันบุหรี่ออกจากปากแล้วถามย้ำอีกครั้ง
“มึง… ทำกูทำไม”
“ไม่น่าถาม… มึงทำอะไรไว้ล่ะ?”
“เนปาล… ไปกันเถอะ” พิทช์กระซิบบอกเนปาล
“ไอ้นั่นมันเป็นใคร!” เนปาลถามอย่างไม่ออมระดับเสียง ไอ้บ้านั่นกล้าดียังไงมาขัดขวางการเสพศิลปะของเธอ!
“ไปกันเถอะ…” พิทช์ยังคงออกปากเรียก
“อยากไปก็ไปคนเดียวสิ!” เนปาลตะโกนกลับเสียงดัง และเสียงของเธอก็ดังเข้าไปยังโสตประสาทร่างสูงตรงกลางลานสเก็ตเข้าอย่างจัง
อาทิตย์ ศิริวงศ์กุล หรือซัน นักเลงในคราบนักศึกษาวัยยี่สิบเงยหน้าจากคนเจ็บขึ้นมามองเนปาล… เขาทั้งคู่สบตากันก่อนที่มันจะจบลงตรงที่หญิงสาวชูนิ้วกลางให้กับเขา
“มองอะไร” เนปาลถามออกไปอย่างไม่นึกกลัว
“มึง… มาลากมันไปเคลียร์ ถ้ามันไม่ยอมรับมึงก็อัดจนกว่ามันจะยอม” ซันหันไปบอกรุ่นน้องที่ตามเขามาก่อนจะเดินเข้ามาหาเนปาลที่ริมสนาม
“เฮียซันสวัสดีครับ” พิทช์ยกมือขึ้นไหว้ซันด้วยท่าทางที่ทั้งเกรงใจและหวั่นเกรง
เนปาลหันมองพิทช์สลับกับซันอย่างแปลกใจที่พวกเขารู้จักกัน
“อืม…” ซันรับคำแค่นั้นก่อนจะหันมายักคิ้วและยิ้มให้เนปาลที่กำลังจ้องเขาอยู่
“เมื่อกี้เธอชูนิ้วกลางให้ฉันเหรอ”
“อืม… ได้รับก็ดีแล้ว” เนปาลเชิดหน้าตอบ
“อยากโดนหรือไง” ซันยิ้มถาม
“เฮียครับ! ผมขอโทษแทนเนปาลด้วย เขาไม่รู้จักเฮียเลยทำแบบนั้น” พิทช์ก้มหน้ารับ
“ขอโทษทำไม… นายไม่ได้ทำอะไรผิด” เนปาลเลิกคิ้วมองซันอย่างหาเรื่อง
“แฟนมึงเหรอพิทช์” ซันถาม
“ปะ… เปล่าครับเฮีย”
“เออดี… งั้นกูเอา” ซันคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเนปาล
“ทำบ้าอะไรวะ! ปล่อย!” เนปาลพยายามสะบัดข้อมือของตัวเองออกจากมือของซัน
“ถูกใจอ่ะ… ชอบ… ขอคุยด้วยหน่อย”
‘พรึ่บ!’ ซันคว้าเอวเนปาลจับอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดดด! ไอ้เชี่ยยยย! ปล่อยกกู!”