บทที่1 แรกพบสบตา
บทที่ 1 แรกพบสบตา
“เฮ้อ...น่าเบื่อยิ่งนัก” น้ำเสียงอ่อนหวานของหญิงสาวในอาภรณ์สีม่วงดังขึ้น พร้อมกับเดินวนไปวนมาด้วยความเบื่อหน่าย
“อีอี เลิกเดินได้แล้วพี่ปวดหัว” ชายหนุ่มเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยที่สายตายังคงจ้องตำราในมือด้วยความตั้งใจ
“อี้อี้ ท่านไม่กังวลหรือ ท่านพ่อกับท่านแม่จากไปหลายปียังไม่กลับมา ข้าอยากไปตามหาท่านพ่อกับท่านแม่” นางกอดอกมองพี่ชายด้วยสายตาเคร่งขรึม ทว่าผู้เป็นพี่ชายกลับนิ่งไม่มีท่าทีจะสนใจนางแม้แต่น้อย
“อี้อี้ ได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่” นางยังคงเอ่ยปากพูดอีกครั้ง ทว่าชายหนุ่มก็ยังไม่สนใจนาง
“ข้าไม่สนใจท่านแล้ว” นางพูดขึ้นพร้อมทั้งคว้าเอาตำราในมือของผู้เป็นพี่ชายมา แล้ววิ่งออกจากตำหนักไป
“เฉินจืออี้ ข้าจะไม่สนใจพี่อีกแล้ว ข้าจะไปตามหาท่านพ่อกับท่านแม่เองก็ได้” นางบ่นพึมพำพร้อมกับกระโดดปืนขึ้นไปบนกำแพง แล้วออกจากวังไปอย่างง่ายดาย
ก็แค่กำแพงวัง นางกระโดดทีเดียวก็ข้ามได้แล้ว นางออกเดินทางไปอย่างไร้จุดหมาย วันแล้ววันเล่าก็ยังไม่มีท่าทีจะพบบิดามารดาแม้แต่น้อย
ในขณะที่นางกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่นั้น ก็บังเอิญพบกับกลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด นางจ้องมองชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวที่กำลังถูกชายชุดดำล้อมเอาไว้ด้วยสภาพทุลักทุเล
นางจ้องมองอาภรณ์บนร่างของเขา ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นคนมีเงิน ดีเลยเงินที่นางเอามานางใช้หมดแล้ว ดูท่าเขาคงกว้างขวางไม่น้อย หากให้เขาช่วยตามหาท่านพ่อและท่านแม่ คงดีไม่น้อย
“นิ่งเทียนซิน ตายเสียเถอะ” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมของชายชุดดำดังขึ้น ชายอาภรณ์ขาวผู้มีนามว่านิ่งเทียนซินใบหน้าสงบราบเรียบ เขาจ้องมองกระบี่ที่กำลังยกขึ้นสูงด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน
“เดี๋ยวก่อน” เฉินจื่ออีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง นางจ้องไปยังชายชุดขาวแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“พี่ชาย ท่านมีเงินหรือไม่” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าในเวลาเช่นนี้ สตรีนางนี้ถามคำถามนี้กับเขาเพื่ออะไร ทว่าเขาก็ยังคงตอบนางไปอย่างไม่ค่อยใส่ใจ
“มีสิ เจ้าจะปล้นข้าด้วยหรือ” เขาพูดติดตลก เหล่ามือสังหารพวกนี้ สำหรับเขาแล้วก็แค่มดปลวก ไม่มีค่าพอให้เสียเวลาด้วย วันนี้เขาก็แค่อารมณ์ดีเลยอยากเล่นสนุกกับพวกเขาก็เท่านั้น
เฉิงจื่ออีดวงตาเป็นประกาย นางส่ายหน้าช้า ๆ แล้วเดินเข้าไปใกล้เขามากขึ้น พร้อมทั้งพูดขึ้นเสียงดัง
“พี่ชายมีเงิน ข้าจะช่วยท่านจัดการคนพวกนี้เอง แต่ข้าไม่ช่วยเปล่านะ ท่านต้องจ่ายเงินให้ข้า ท่านตกลงไหม” นางเอียงคอมองเขาอย่างรอคอยคำตอบ นางจะมีเงินใช้หรือไม่ คงต้องหวังพึ่งเขาแล้ว
เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสนใจ ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ได้ เจ้าอยากได้เท่าไรข้าก็จะยกให้” เขาพูดขึ้นด้วยดวงตาเปล่งประกาย สิ้นเสียงเขาก็รู้สึกเย็นวูบทั้งตัว เพียงชั่วครู่คนชุดดำเหล่านั้น ก็ล้มลงบนพื้นสิ้นใจตายในทันที เขารู้สึกตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ก่อนจะเหลือบมองนางด้วยสายตาตกตะลึง
“ข้าทำงานเสร็จแล้ว พี่ชายมีเงิน เอาเงินมาให้ข้าสิ” นางเอียงคอมองเขาด้วยท่าทางสดใส พร้อมทั้งทวงถามเงินค่าจ้างอย่างหน้าตาเฉย ฆ่าคนไปมากขนาดนั้น กลับไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย สตรีนางนี้เป็นใครกันแน่
“เจ้าเป็นใครกันแน่” เขาเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจ แม้นางจะงดงาม ทว่าเขาก็ต้องระวังตัวบ้าง เพราะนางน่ากลัวเกินไป
“ข้าหรือ ข้าเป็นคนงามอย่างไรเล่า เลิกพูดมาก เอาเงินมา” นางตอบออกมาด้วยท่าทางหยอกเย้า พร้อมทั้งเอ่ยปากทวงเงินอีกครั้ง
เขาล้วงเอาป้ายหยกประจำตัว ที่พกติดตัวมาตลอดขึ้นมา แล้วยื่นให้นางพร้อมทั้งเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เจ้าเอาป้ายหยกประจำตัวข้าไป แล้วไปรับเงินได้ที่จวนสกุลนิ่ง อยากได้มากเท่าไรข้าก็จะให้” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็ยกยิ้มออกมาด้วยท่าทางอารมณ์ดี พร้อมทั้งยื่นมือไปรับป้ายหยกนั้น แล้วจากไปในทันที
“ฆ่าพวกกาก ๆ ยังได้เงินเยอะขนาดนี้ งั้นต่อไป ข้ารับงานฆ่าคนจะไม่รวยตายเลยหรือ” นางพูดขึ้นด้วยความขบขัน พร้อมทั้งหัวเราะชอบใจที่คิดหาวิธีหาเงินแบบใหม่ได้แล้ว
ชายหนุ่มที่อยู่ทางด้านหลังถึงกับยืนอึ้ง นี่นาง นางถึงกับพูดคำพูดเช่นนี้ออกมาได้ นางคงไม่ใช่มือสังหารหรอกนะ
…
เฉินจื่ออีเดินออกจากที่ตรงนั้นไปด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ จุดมุ่งหมายของนางคือเมืองหลวงแคว้นเทียน นางได้ยินมาว่า ท่านพ่อเคยพาท่านแม่มาเที่ยวที่นี่ ไม่แน่ว่าอาจมีเบาะแสอยู่บ้าง
เมื่อนางเดินเข้าไปในเมือง นางก็มุ่งหน้าไปที่จวนสกุลนิ่งเป็นอันดับแรก นางต้องไปเอาเงินของนางก่อนเป็นอันดับแรก
“เฮ้ พี่ชายขอถามท่านหน่อย จวนสกุลนิ่งอยู่ที่ใดกัน” นางเดินเข้าถามองครักษ์ ที่เฝ้าหน้าประตูด้วยท่าทางเป็นมิตร องครักษ์หนุ่มที่เห็นสาวงาม เอ่ยปากพูดคุยกับตนด้วยท่าทางเป็นมิตร ก็กระตือรือร้นขึ้นมาอย่างยิ่ง เขารีบบอกทางนางด้วยท่าทางประจบสอพลอ
“น้องสาว ถามได้ถูกคนแล้ว เจ้าเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวา จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุมก็ถึงแล้ว หน้าประตูจวนจะมีราชสีห์สีขาวสองตัววางอยู่” เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ยิ้มกว้าง แล้วเอ่ยปากขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ขอบคุณพี่ชายมาก” พูดจบนางก็จากไปในทันที มุ่งหน้าไปตามทางที่ชายเมื่อครู่บอกด้วยอารมณ์ที่ลิงโลด นางใช้เวลาในการเดินทางราวครึ่งชั่วยาม ก็ถึงจวนสกุลนิ่งเสียที จวนขนาดใหญ่มีราชสีห์สีขาวสองตัวที่ถูกแกะสลักจากหยกชั้นดี วางเอาไว้ที่หน้าประตูถึงสองตัว ขนาดของมันใหญ่กว่าตัวนางด้วยซ้ำ คาดว่าคงแพงไม่น้อย
“คงรวยมากสินะ ดีล่ะ ข้าจะขอเงินสักแสนตำลึงเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” นางยืนหัวเราะอยู่หน้าประตูด้วยความพอใจ องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูต่างก็มองนางเป็นตาเดียวกัน
สตรีนางนี้เป็นบ้าหรืออย่างไร เหตุใดมายืนหัวเราะที่หน้าจวนของพวกเขา ในขณะที่พวกเขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น นางก็เดินตรงเข้าไปที่พวกเขาในทันที ชายหนุ่มทั้งสี่คนต่างก็จับอาวุธแน่น เตรียมพร้อมลงมือ หากว่านางเป็นมือสังหารหรือหญิงวิปริตเหล่านั้นจะได้ลงมือได้อย่างทันท่วงที
“พี่ชาย ข้ามารับเงิน คุณชายนิ่งเทียนซินบอกให้ข้ามาเอาเงิน เท่าไรก็ได้ ข้าต้องการหนึ่งแสนตำลึง ขอเป็นตั๋วเงินนะ เป็นตำลึงหนักเกินไป แบกไม่ไหว” นางพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งยืนเท้าเอวด้วยท่าทางหยิ่งผยอง
เหล่าองครักษ์ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก สตรีนางนี้แม้จะมีหน้าตางดงาม ทว่ากลับเป็นบ้า ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
ในขณะนั้น ก็มีชายหนุ่มในชุดองครักษ์เดินออกมา จากทางด้านในเรือน เขาจ้องมองหญิงสาวในอาภรณ์สีแดง ที่ยืนอยู่หน้าจวนด้วยสายตาเย็นชา
“พวกเจ้าทำงานกันอย่างไร ปล่อยให้สตรีบ้าที่ไหนมายืนบังหน้าประตู รีบไล่นางไปเสีย” สงจื้อองครักษ์คนสนิทของคุณชายนิ่งเทียนซิน พูดขึ้นด้วยท่าทางดูถูก
เฉินจื่ออีที่เดิมทีกำลังอารมณ์ดี ก็พลันโมโหขึ้นมา นางจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ยินยอม
“เจ้ากำลังไล่ข้าหรือ นิ่งเทียนซินไอ้เจ้าคนหน้าขาวนั่น ทำกับผู้มีพระคุณเช่นนี้หรือ หากไม่มีข้า เขาคงถูกคนพวกนั้นสังหารไปแล้ว เนรคุณยิ่งนัก รีบไปเอาเงินข้ามาแล้วข้าจะไปทันที” นางเท้าสะเอวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
สงจื้อเองก็ไม่พอใจเช่นกัน เขาจะยอมให้สตรีบ้านางนี้มาว่าคุณชายได้อย่างไร
“ไม่มี ที่นี่ไม่ใช่โรงทาน ยาจกเช่นเจ้ารีบไปให้พ้น ชิ้วชิ้ว” เฉินจื่ออีใบหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
“เจ้าคนแซ่นิ่ง เจ้าคนหลอกลวง ไม่จ่ายเงินข้าใช่ไหม ดีข้าจะพังจวนเจ้าทิ้งเสีย” นางพูดขึ้นด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่ราชสีห์ทั้งสองตัว จากนั้นก็ออกแรงชกจนสุดแรง ร่างของราชสีห์แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
โครมมม