
"อากาศคืนนี้หนาวนัก พี่ให้คนมาก่อกองไฟไว้ให้แล้ว เผื่อน้องอยากดูดาวนอกกระโจมตอนดึก" เสียงทุ้มมาพร้อมกับวงแขนที่กอดเธอไว้จากด้านหลัง
"ดูดาวนอกกระโจม ก็ต้องดูข้างนอกอยู่แล้วนี่เจ้าคะ ใครจะไปดูข้างในเห็นกันเล่า"
อินทรหัวเราะ ไม่ตอบว่าอะไรอีก เขากอดเธอแน่นเข้าและเปลี่ยนเรื่องคุย
"ส่วนเรื่องที่ทางโพสพขอเปลี่ยนตัวเจ้าสาว น้องไม่ต้องกังวล" เขาพูดเหมือนรู้ใจว่านางติดใจเรื่องนี้ "แม่ของน้อง เจ้าน้าสุริยาเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าแม่พี่ และเจ้าน้าเองก็เป็นพระนางหน่อเจ้าของโพสพคนก่อน ส่วนแม่ของเพ็ญจันทร์นั้นต่อให้เป็นมหาเทวีอันดับหนึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับพวกนาง"
จันทร์แรมเอี้ยวคอหันกลับไปสบตาร่างสูงที่กอดนางไว้ และพบว่าเขาเองก็มองเธออยู่แล้ว
"นี่เป็นคำสัญญาไหมเจ้าคะ"
"เป็นได้ทุกอย่าง จะให้เป็นคำสัญญาหรือคำสาบานก็ได้"
จันทร์แรมหันกลับไปมองดาว นางปล่อยตัวให้แผ่นหลังอิงแนบกับแผงอกกว้าง รับรู้ถึงลมหายใจผ่าวร้อนที่เคลียคลอไปตามขมับ ข้างแก้มและซอกคอระหง
❤❤❤
“เราจะกางเต็นท์ตรงไหนได้บ้างคะ” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง
“เมื่อกี้พี่แวะถามเจ้าหน้าที่ เขาบอกว่าถ้าเรามีเต๊นท์มาเองเลือกได้ตั้งแต่โซนสองสามสี่ ส่วนโซนหนึ่งเป็นจุดของเต๊นท์อุทยานกางไว้ให้นักท่องเที่ยว”
“อยู่ตรงกลางๆ ก็ดีนะพี เข้าห้องน้ำง่าย ใกล้จุดอ่างล้างมือด้วย ล้างถ้วยจานด้วย” อุษมาพูดแต่พิชญะไม่เห็นด้วย
“ใกล้ไปคนก็จะเดินทั้งคืน เอื้อนอนหลับเหรอ”
ในระหว่างที่คู่รักตกลงกันยังไม่ลงตัว อัครัชก็หอบเต็นท์หลังเล็กที่อุษมาเอามาเผื่อพิมพิกาไปเตรียมกางอีกจุด เดินลงจากบันไดเป็นจุดที่ค่อนข้างเหมาะสม
“ตรงนี้ดีกว่า คนไม่เยอะมากแต่ก็ไม่เปลี่ยว ไม่น่ากลัว อยู่ห่างจากชายป่าไม่ต้องกังวลเรื่องสัตว์ป่ากลางคืน”
“จริง งั้นเราก็กางกันแถวๆ นี้ล่ะ สามหลังเรียงไปเลย” พิชญะเห็นด้วย เดินตามมาสำรวจไปรอบๆ และเดินกลับไปเตรียมของทั้งหมด
“พิมทำเองก็ได้ค่ะพี่หมอ” เต๊นท์ของเขาเองชายหนุ่มยังไม่ได้กางด้วยซ้ำ จะให้เขามาทำให้เธอก่อนได้อย่างไร อัครัชเงยหน้าขึ้นมอง ถามสั้นๆ
“พิมกางเป็น?”
หญิงสาวยิ้มจืดเจื่อน ส่ายหน้าอย่างมั่นใจ
“แหมเรื่องแค่นี้ พิมจะไปทำเป็นได้ยังไงคะ”
คุณหมอหนุ่มส่ายศีรษะไปมา
“พิมนั่งเฉยๆ เถอะครับ ผมจัดการเองคนเดียวน่าจะเร็วกว่า”
“ค่ะ สู้ๆ นะคะ” พิมพิกาถอยไปนั่งบนก้อนหินใหญ่ ถือว่าบอกแล้วนะ เกรงใจพองามหญิงสาวคิดในใจ มองดูเขาตอกหมุดลงบนพื้นดินแข็งๆ แล้วก็ชมตัวเองที่คิดถูกไม่แย่งงานเขาทำ
❤❤❤

