บทนำ
คนนอก..
จางเย่วเล่อถูกปฏิบัติให้เป็นคนนอกของครอบครัว ของตระกูลจางมานับสิบปีตั้งแต่คราที่มารดาจากไปในวัยแปดหนาว ทิ้งให้นางอยู่ในการดูแลของท่านย่า
มารดาของนางคือฮูหยินเอกของหนึ่งในแม่ทัพของแคว้นต้าเว่ย เป็นภรรยาที่ตบแต่งอย่างถูกต้องของบิดาตั้งแต่ตระกูลจางยังไม่รุ่งเรือง ตั้งแต่บิดายังเป็นนายกองเล็กๆ คนหนึ่ง ภรรยาที่อยู่เคียงข้างบิดามาเสมอ
เมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยน
เมื่อมียศฐานะ บรรดาศักดิ์ขึ้นมา หลายสิ่งหลายอย่างแปรผันไปจากเดิม บิดารับฮูหยินรองจากตระกูลฟางที่ได้ชื่อว่าเป็นสี่ตระกูลหลักที่มีอำนาจของแคว้นต้าเว่ย เพื่อช่วยให้ฐานะแม่ทัพของบิดามั่นคงและไม่สั่นไหวในราชสำนักเพราะมีตระกูลฟางหนุนหลัง
มารดาของนางยึดติดกับรักมากมายนัก ย่อมไม่อาจจะเข้าใจในเหตุผลและการตัดสินใจของบิดาผู้นั้น
มารดาไม่เคยยินยอมใจให้บิดารับภรรยารอง
แต่ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้
แม้นว่ามารดาของจางเย่วเล่อจะอยู่ในตำแหน่งฮูหยินเอกอยู่เช่นเดิม แต่ความยึดมั่นในใจถึงความรักของบิดาเสื่อมถอยไปทุกวันเมื่อได้ยินคำเปรียบเทียบถึงความเหมาะสมจากผู้คนเข้าบ่อยครั้ง
เหลือเพียงความยึดมั่นในรักของตนเองเท่านั้น
จากความอ่อนหวานที่เคยยึดเหนี่ยวใจบิดามาตลอด เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโมโหร้ายขึ้นทุกวัน กราดเกรี้ยวใส่บิดาในยามที่บิดาค้างเรือนของฮูหยินรองผู้นั้น นานวันไปจากที่บิดามักค้างเรือนมารดามากกว่า ได้เปลี่ยนไปค้างอีกเรือนหนึ่งแทน
หากมิใช่จางเย่วเล่อยังคงมีความทรงจำจากอีกภพที่แล้วติดมา นางคงจะเห็นใจมารดามากกว่านี้อีก และโกรธเกลียดฮูหยินรองผู้แย่งชิงบิดาไปจากมารดานางยิ่ง จนอาจจะสูญเสียตัวตนไปเฉกเช่นมารดาอีกคน
นางคงจะชิงชังบิดาที่ทำให้มารดาเสียใจมากกว่าที่เป็น
เพียงแต่นางมิได้มีสติปัญญาเฉกเช่นทารกนับตั้งแต่วันลืมตาดูโลก และชาติก่อนที่นางจะตาย
นางก็คือจางเย่วเล่อ
ใช่แล้วนางข้ามภพมาเกิดใหม่อีกครั้ง แม้จะมีชื่อแซ่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือยุคสมัย นางมาจากยุคสมัยใหม่ ต้องมาใช้ชีวิตในยุคโบราณที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกคราแรกก็ปวดใจแล้ว
แต่ยิ่งใช้ชีวิตไปนานวันเข้า ยิ่งได้มองเห็นคนที่ได้ชื่อว่าครอบครัวทำตน ยิ่งปวดใจยิ่งกว่า ไม่รู้ว่าชีวิตก่อนนางทำบาปกรรมอะไรจึงได้เกิดมาในครอบครัวที่ไร้ซึ่งความสงบ
ครั้งนี้ได้ชีวิตนี้มองในมุมอีกมุมตั้งแต่แรกเกิด
มุมนี้ก็ไม่แย่สักเท่าใด ได้เห็นมองความเป็นจริง
แม้มารดาจะเสียชีวิตในยามที่นางแปดหนาว นางยังคงใช้ชีวิตต่อไป มีเพียงความเสียใจที่ตกตะกอนในใจ ไม่ใช่ว่านางไม่พยายามช่วยมารดาในชาตินี้ แต่มารดายึดติดกับบิดามากจนเกินกว่าคนปกติ
ไม่สนใจวิธีการ เพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากบิดา
ถึงกับวางยาให้นางป่วยไข้ เพื่อเรียกบิดามาหาก็สามารถกระทำต่อนางได้
กระทั่งวางยาตนเองมารดายังกล้าทำ ผู้ที่ลงมือกับตัวเองยังโหดเหี้ยม
ไม่เรียกว่าโง่งมในรัก ก็คงจะรักมากจนเลอะเลือนเสียสติ แม้จะต้องตายก็ขอให้เขาจดจำนางไว้ อย่าได้ลืมเลือน
ภายในใจของจางเย่วเล่อ ในยามมารดาเสียชีวิต ชีวิตของนางปลอดภัยขึ้นเพราะไม่มีผู้ใดแอบวางยาได้นางอีกแล้ว สิ่งที่ขาดไปคือที่พึ่งทางใจ แม้มารดาจะทำร้ายนางแต่ก็มอบความรักให้นางบ้าง ความรักที่นางเคยโหยหามาตลอดในชาติภพก่อน ชีวิตที่เป็นเพียงเด็กกำพร้า
ตัวของนางเองก็โง่งมไปเช่นกัน แม้จะมีสติปัญญามากกว่าวัย แม้จะยับยั้งใจไว้แล้วว่าไม่ควรรู้สึกผูกพันใจมาก แต่ก็ไม่อาจจะต้านทานความรักที่เฝ้าโหยหาได้
ความรักที่เหมือนน้ำผึ้งหยดเดียวที่มารดามอบให้
เพียงหยดเดียวแต่กลับหวานล้ำไปทั้งดวงใจ
พรากเอาสติและจิตนึกคิดนางไป จนมอบใจวางไปทั้งดวง
มอบให้ด้วยความเต็มใจ …
เมื่อมารดาเลือกหนทางความตายให้ตนเอง ชีวิตของเด็กวัยเพียงแปดหนาวจะเคว้งคว้างเพียงใด ไม่มีผู้ใดเข้าใจมันดีไปกว่าตัวของนางเอง
คำถามที่เก็บไว้ในใจ นางอยากถามมารดานัก
“แล้วข้าเล่าท่านแม่”
ท่านแม่รักท่านพ่อจนอยากให้เขาจดจำท่านไปชั่วชีวิต
แล้วข้าเล่า เหตุใดจึงเลือกทอดทิ้งข้า…”
“ข้าก็ปรารถนาความรักจากท่าน”
จากวันนั้น...
ชีวิตของจางเย่วเล่อถูกกันไว้อยู่ภายนอกของคำว่าครอบครัว ความเสียใจใดที่เคยมีย่อมผ่านพัดเลือนไป นานตราบเวลาที่ยังคงผ่านเลยไป ความยึดติดใดย่อมค่อยเลือนหายไปตามกาลเวลา
จางเย่วเล่อใช้ชีวิตอยู่ในจวนตระกูลจางอยู่ในความดูแลของท่านย่า แทนฮูหยินรองที่ถูกยกให้เป็นฮูหยินเอกในคราต่อมา
ชีวิตในจวนแห่งนี้มิได้ลำบาก แต่ก็มิได้มีความสุขสำราญใจ นางใช้ชีวิตโดยการดูสีหน้าของท่านย่า
แม้ผู้เป็นย่าจะได้ชื่อว่าดูแล แต่ทั้งหมดที่นางได้มิได้มากไปกว่าผู้เป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลในยามนี้ ที่มีทั้งกำลังทรัพย์และอำนาจตระกูลเดิมหนุนหลัง
ท่านย่าของนางไม่กล้าที่จะทำสิ่งใดออกนอกหน้า หรือให้ขัดใจสะใภ้ตน จะเชิญอาจารย์มาสั่งสอนวิชาของสตรี ยังมิอาจจะเลือกอาจารย์ที่ดีที่สุด ต้องให้เป็นรองอีกฝ่ายเสมอเพื่อเห็นแก่หน้าตาอีกฝ่าย
ท่านย่าที่ต้องมองสีหน้าลูกสะใภ้ก่อนถึงจะกล้าทำสิ่งใด จะไปคาดหวังให้ปกป้องนางได้อย่างไรกัน
แม้แต่ถึงคราท่านย่าป่วยไข้ จนถึงวาระสุดท้าย ก็มีนางที่อยู่เคียงข้างดูแล
แต่คนที่ท่านย่าเฝ้ารอคอยคือ บุตรชาย และหลานชายที่เกิดจากจางฮูหยินคนปัจจุบัน
เอ่ยสั่งเสียฝากฝังตระกูล ไม่เอ่ยถึงหลานสาวเช่นนางสักครึ่งคำ นางที่ดูแลคนสูงอายุที่อารมณ์ขึ้นลงทุกวัน
นางได้แต่แอบกลอกตาอย่างจนใจ แม้จะเคยได้ยินมาในชาติภพก่อนว่าลักษณะนิสัยของคนยุคโบราณว่าชื่นชอบหลายชายมากกว่าหลานสาว แต่นางไม่คิดว่าจะเป็นได้ถึงขนาดนี้
แต่ก็เอาเถอะ นางได้รับบทเรียนมาตั้งแต่ท่านแม่ทอดทิ้งนาง เมื่อพบเจอท่านย่าจึงมิได้มอบใจให้ทั้งดวง จึงไม่รู้สึกเจ็บปวดกับการจากไปของอีกฝ่ายมากนัก
นางผู้ซึ่งแต่เดิมก็ร่างกายไม่แข็งแรง เพราะมารดาใช้สมุนไพรกับร่างกายเด็กมากเกินไป ทำให้ป่วยไข้บ่อยครั้ง ร่างกายไม่แข็งแรงเช่นผู้อื่น
ผู้คนภายนอกจวนรับรู้แค่ว่าคุณหนูใหญ่แห่งจวนแม่ทัพป่วยตั้งแต่วัยเด็ก จนไม่สามารถออกงานเลี้ยงใด หรือออกนอกจวนได้
จางเย่วเล่อ ชาชิน กับการถูกลบเลือนตัวตน
นางมิได้ปรารถนาจะมีตัวตนในหัวใจใครอีก
เพราะแม้จะมีตัวตน แต่นั่นก็ไม่เคยมากพอที่จะเป็นหนึ่งได้
นางเป็นคนที่มีความเห็นแก่ตัว นางเคยเฝ้าปรารถนาอยากมีตัวตนสำหรับใครสักคน อยากเป็นหนึ่ง ไม่อยากเป็นลำดับท้ายที่ไม่เคยมีตัวตน
แต่วันเวลาที่ผ่านมา สั่งสอนตัวนาง ไม่ควรเฝ้าฝันถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
สิ่งที่นางทำได้คือใช้ชีวิต เพื่อตนเอง อยู่เพื่อตนเอง
ไม่ผูกติดความโกรธ ความแค้น กับผู้ใด
ขอเพียงใครไม่ทำให้นางเดือดร้อนจนเกินไปนัก นางย่อมทนได้
ขอเพียงอย่าล้ำเส้นที่นางขีดไว้ ขอเพียงเท่านั้น