1/1
สิงหนาท เกริกเกียรติไพศาล นั่งแท่นเป็นประธานบริหารบริษัท เค.เค.พี. อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการอะไหล่รถยนต์ ในวัยเพียง 33 ปี ชายหนุ่มไม่พูดหรือบ่นเลยสักคำในตอนที่นายจักรวาลผู้เป็นบิดา โยนภาระหน้าที่อันหนักอึ้งนี้มาให้ ด้วยความเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล เขาจะต้องสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อให้ดีที่สุด
แต่...สิงหนาทไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นตัวเลขติดลบจำนวนเก้าหลักเช่นนี้ ในช่วงระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา พ่อไม่เคยปริปากบอกเลยสักนิดว่า เค.เค.พี.เป็นหนี้มากขนาดนี้ ทำไม? เกิดอะไรขึ้นกับ เค.เค.พี. ที่เขาอยู่ในฐานะกรรมการผู้บริหาร ตัวเลขที่พ่อนำเข้ามาในที่ประชุมทุกครั้งไม่ใช่ตัวเลขนี้ สามปีที่ผ่านมาค่ารวมการติดลบนั้นมันเปรียบไม่ได้ กับตัวเลขที่พ่อเอาเข้าที่ประชุมเลย นี่พ่อกำลังปิดบังอะไรเขาอยู่กันแน่
ร่างสูงในชุดสูทสีเทาดำเดินถือแฟ้มที่ทำให้สมองเขางุนงงเข้าไปหาบิดาในห้อง นายจักรวาลกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หลับตาลงอย่างสบาย
“คุณพ่อครับ”
“ว่าไงสิงห์ มีเรื่องไม่เข้าใจเยอะเลยสินะ”
“ครับ พ่อช่วยอธิบายทุกอย่างให้ผมฟังหน่อยได้มั้ย ว่าทำไมตอนนี้ เค.เค.พี.ถึงได้อยู่ในสภาวะโงนเงนแบบนี้”
“สิงห์จำสินค้าของเราที่ขนส่งมาทางเรือได้ไหม บนเรือขนสินค้าลำนั้นมีสินค้าของเราอยู่เต็มลำเรือ มูลค่าของมันหลายร้อยล้าน สิงห์จะทำยังไงถ้าเรือลำนั้นอับปาง”
“อะไรนะครับ ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยเหรอครับ นอกจากคุณพ่อ”
“มีพ่อ แม่ และอาดำเกิงเพื่อนพ่อเท่านั้นที่รู้”
“ทำไมล่ะครับ คุณพ่อจะปิดบังเรื่องใหญ่ขนาดนี้ไว้ทำไม”
สิงหนาทไม่เข้าใจบิดาเลยจริงๆ ทั้งที่ควรจะบอกเรื่องนี้ให้ทุกฝ่ายรู้ แต่กลับปิดบังเอาไว้ ชายหนุ่มคิดว่าถ้าทุกฝ่ายได้รู้ บางทีเค.เค.พี.อาจมีทางออกที่ดี และไม่เป็นหนี้มากขนาดนี้
“สิงห์...พ่อสร้างเค.เค.พี.มากับมือ และเติบโตรุ่งเรืองมาถึงทุกวันนี้ก็หลายสิบปีแล้ว การกระจ่ายข่าวคราวความเสียหายของบริษัท ให้แพร่สพัดไปไกลไม่ใช่ผลดีนะ ไหนจะคู่แข่ง ไหนจะคู่ค้า และไหนจะพนักงานตาดำๆ อีกหลายร้อยชีวิตล่ะ ถ้าพวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเค.เค.พี. แกคิดว่ามันจะส่งผลกระทบกับเรามากแค่ไหน”
ในความคิดของนายจักรวาลล้วนแล้วแต่ทำเพื่อทุกคน บิดาของเขาน้ำใจประเสริฐมากขนาดไหน สิงหนาทอยากหัวเราะพอๆ กับอยากร้องไห้ ถ้าบิดาเปลี่ยนกลยุทธการบริหารใหม่ ลดโบนัส ลดเงินเดือน เค.เค.พี.ก็คงไม่โงนเงนมากขนาดนี้ แต่นี่...นายจักรวาลกลับช่วยเหลือทุกชีวิตในบริษัท พนักงานอยู่ดีกินดีนอนหลับสบาย แต่ท่านประธานกลับต้องนอนผวา และคงหลับไม่สนิททุกวัน
“แล้วถ้าพ่อจะให้ผมบริหารงานแทนทุกอย่าง พ่อต้องเคารพในการตัดสินใจของผมด้วย ผมจะทำให้เค.เค.พี.อยู่รอด รวมถึงทุกชีวิตต้องอยู่รอด ตกลงไหมครับ”
นายจักรวาลถอนใจ มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่ปล่อยให้ลูกชายขึ้นแท่นประธานบริหารในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้
“ตามใจแก ในเมื่อพ่อวางทุกอย่างไว้ในมือแกแล้ว พ่อก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของแก ขออย่างเดียว อย่าไล่พนักงานของเราออกแม้แต่คนเดียว”
นั่นเหมือนคำบัญชาของบิดาเลยก็ว่าได้ และสิงหนาทก็ต้องทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
สิงหนาททำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดหนึ่งปี เขาแก้ปัญหาได้เกือบหมด หนี้สินสำหรับเจ้าหนี้รายย่อยถูกแบ่งชำระไปครบหมดแล้ว จากการจำหน่ายหุ้นออกไปบางส่วน แต่หุ้นใหญ่ยังคงเป็นของตระกูลเกริกเกียติไพศาลเช่นเดิม เหลือก็เพียงเจ้าหนี้รายใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าหนี้หลายร้อยล้าน สิงหนาทกุมขมับตรองไม่ตกกับปัญหานี้ มีหนทางเดียวที่คิดได้ในตอนนี้ก็คือเอาบ้านไปจำนอง คงจะได้เงินมาพอชำระหนี้อยู่ แต่...เขาไม่คิดเลยว่าจะต้องไปขอเครดิตจากธนาคาร ด้วยการเอาคฤหาสน์หลังงามไปติดจำนอง การทำแบบนั้นถือเป็นการลดศักดิ์ศรีของตระกูลเกริกเกียรติไพศาลลงด้วย
“คุณพ่อครับ นายดำเกิง ฤทธิ์ทองคำ เป็นใครกันครับ มีทางไหนที่พอจะทำให้เราปลดหนี้ได้บ้าง”
“เขาเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของพ่อเอง หนทางที่เราจะปลดหนี้ได้น่ะมี แต่พ่อไม่คิดว่าสิงห์จะพอใจ”
นายจักรวาลหลุบตาปิดบังแววตาของตนไม่ให้ลูกชายที่แสนฉลาดเห็น วิธีการปลดหนี้ก้อนโตโดยโยนภาระให้ลูกชายจัดการทั้งหมดนั้น เป็นวิธีที่นายจักรวาลและนายดำเกิงร่วมกันคิด พูดให้ถูกต้องก็คือทั้งสองเพื่อนซี้วางแผนเอาไว้หมดแล้ว รอเวลาว่าหมากตัวที่นั่งหน้าตูมอยู่นี่จะเดินหน้าตามเกมเมื่อไหร่เท่านั้น
นายดำเกิงชื่นชอบสิงหนาทเงียบๆ มานาน แม้คนในตระกูลฤทธิ์ทองคำจะไม่ย่างกรายมาแสดงตัวให้สิงหนาทได้พบปะเลย แต่นายดำเกิงก็รู้จักลูกชายของเพื่อนรักคนนี้ดี จากการโทรมาคุยสารทุกข์สุขดิบและจบลงที่การพูดถึงลูกชายและลูกสาวของแต่ละฝ่ายเสมอ แต่เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้นอกจากสองเกลอเท่านั้น
“ผมจะต้องทำยังไงหรือครับ แล้วถ้าเราขอแบ่งชำระล่ะครับ”
“ไม่ได้!”
นายจักรวาลลืมตัวปฏิเสธเสียงดัง แต่พอรู้ตัวว่ากำลังจะทำให้ไก่ตื่น ก็ลดเสียงเบาลง
“คือว่า อาดำเกิงเขาไม่ยอมน่ะลูก พ่อกับเขาตกลงกันตั้งแต่ต้นแล้ว ว่าจะชำระให้ทีเดียวเป็นก้อน”
“แล้วเขาจะรออีกสักปีสองปีไม่ได้เหรอครับ”
เงินจำนวนมากขนาดนี้ ถ้าอยากได้ทีเดียวก้อนใหญ่ ก็ต้องให้เวลากันมั่งสิ
“เขาก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเราหรอก แต่ว่าอาดำเกิงน่ะ เขาจะทบต้นทบดอกเราเลยนะ เผลอๆ กว่าเราจะหาเงินไปให้เขา จากหลายร้อยล้านคงกลายเป็นพันล้านไปแล้วมั้ง”
คนพูดเบือนหน้าหนีทำเหมือนหงุดหงิด แต่ประกายตานั้นวาววับอย่างเจ้าเล่ห์
“เฮ้อ...นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ดี อาดำเกิงเพื่อนพ่อนี่เขี้ยวลากดินไม่ใช่เล่น ตกลงผมจะต้องทำยังไงครับ”
นายจักรวาลเกือบหลุดหัวเราะกับคำว่าเขี้ยวลากดิน เพราะมันไม่เป็นความจริงเลยสักนิด ถ้าเพื่อนของเขาเป็นอย่างที่ลูกชายว่าจริงๆ คงไม่ปล่อยเวลาผ่านมา 3-4 ปีแบบนี้ และข้อนี้สิงหนาทก็ลืมคิดไปสนิท ความเป็นหนุ่มไฟแรงของเขาอยากแต่เพียงช่วยให้เค.เค.พี.ตั้งมั่นได้เช่นเดิม ฉะนั้นยิ่งปลดปล่อยภาระหนี้สินเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเค.เค.พี.เท่านั้น