เรื่องราวโดย มาชาวีร์
author-avatar

มาชาวีร์

bc
หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว
อัปเดตเมื่อ Feb 23, 2024, 02:47
หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว โดย...หิมะที่ปลิดปลิว หลังผ่าตัดนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งนั้น นางวูบหมดสติและเสียชีวิตลงไป ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ก็อยู่ในร่างของคุณหนูปัญญาอ่อนที่มีชื่อเดียวกันผู้นี้เสียแล้ว ทั้งยังจำอดีตชาติยามเป็นปรมาจารย์เต๋าได้อีกด้วย +++ 1 : ไล่ออกจากอารามไท่ผิงกวน แคว้นจิ้น ราชวงศ์เซวียน อารามไท่ผิงกวน “ไป ๆ อาจารย์ขับไล่พวกท่านออกจากอารามแล้ว อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก” “ศิษย์พี่รองรีบปิดประตูเร็วเข้า !” ตุบ ! ห่อผ้าสองห่อถูกโยนออกมาจากประตูอาราม ปัง ! ตามด้วยเสียงปิดประตูลงสลักอย่างหนาแน่น สตรีนางหนึ่งยืนตัวตรงเป็นสง่า เสื้อผ้ากับเส้นผมของนางปลิวไสวดั่งไผ่ลู่ลม หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่ออารามไท่ผิงกวนด้วยสายตาเลื่อนลอย อาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้วนะ บางครั้งนางเองก็ลืมเลือนวันเวลาไปเหมือนกัน “คุณหนูเจ้าคะ ศิษย์น้องทั้งสองของท่านทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดถึงไล่พวกเราสองคนออกจากอารามได้เล่า” เผิงฉือกระทืบเท้าเบา ๆ ตรงไปฉวยห่อผ้าทั้งสองบนพื้น ขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้ “หากไม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ ศิษย์น้องทั้งสองคงไม่กล้าขับไล่ข้าออกจากอารามหรอก” น้ำเสียงของนางสงบนิ่งฟังแล้วสบายหูยิ่งนัก หาได้มีความโกรธเกลียดแต่อย่างใด “นั่นรถม้า” นิ้วเรียวสวยชี้ไปยังรถม้าคันที่มีคนนั่งเฝ้าอยู่ “ป้าเผิงไปถามดูว่าใช่รถม้าของเราหรือไม่” เผิงฉือไม่รอช้ารีบตรงไปหาคนเฝ้ารถม้าที่อยู่ใต้ต้นไผ่ในทันที ไม่ช้านางก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ “เป็นรถม้าของเราจริง ๆ เจ้าคะคุณหนู คนขับบอกว่าเป็นคนของตระกูลหลินเจ้าค่ะ ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อของคุณหนู ให้มารับคุณหนูกลับตระกูลหลินเพื่อไปแต่งงานเจ้าค่ะ” “กลับไปแต่งงานนี่เอง” นางเอ่ยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ หันหลังกลับไปทางประตูอาราม ประสานมือค้อมตัวคำนับลาอาจารย์ เผิงฉือเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะคำนับตามนางไม่ได้ ภายในอารามไท่ผิงกวน “อาจารย์เหตุใดถึงไม่บอกลากับศิษย์พี่ใหญ่ไปตรง ๆ ล่ะ ทำเช่นนี้นางไม่โกรธท่านไปจนวันตายเลยรึ” เหอกุ้ยแม้มีอายุยี่สิบแปดปีแล้ว ทว่าเขากราบเป็นศิษย์เจ้าอาวาสชุนหวังเหล่ยหลังสตรีผู้นั้น จึงได้เป็นเพียงแค่ศิษย์พี่รองเท่านั้น “นั่นสิอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่นางไม่เคยออกจากอารามไปไหนไกล ท่านทำเช่นนี้ไม่ใช่ขับไล่นางไปสู่ความตายหรอกรึ” จางเจียเฟิ่งเห็นด้วยกับศิษย์พี่รองของเขา “ให้มันน้อย ๆ หน่อยเจ้าศิษย์โง่ทั้งสอง พวกเจ้าคิดว่าอารามไท่ผิงกวนแห่งนี้ สามารถอยู่รอดมาได้เพราะใครกัน หากไม่ใช่เพราะฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้า เห็นนางเงียบ ๆ แบบนั้น ความคิดนางกว้างไกลยิ่งนัก อาจารย์อย่างข้ายังเทียบนางไม่ติดด้วยซ้ำไป” เจ้าอาวาสชุนปีนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบห้าปีแล้ว ทว่าร่างกายยังแข็งแรง อารามเต๋าแห่งนี้มีวิถีแบบไม่เคร่งครัด ใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสผู้หนึ่ง สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้ “อาจารย์นางอยู่ในอารามวาดยันต์กันภัยให้ชาวบ้านที่มากราบไหว้ ตั้งโต๊ะรักษาโรคภัยให้ผู้คนในตัวอำเภอฝู แต่หนนี้นางต้องกลับบ้านไปเพื่อแต่งงาน นางบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้นมิถูกสามีจับกลืนกินจนไม่เหลือกระดูกหรอกรึ” เหอกุ้ยนึกภาพเทพเซียนผู้สูงส่งอย่างหลินซือเยว่ หากต้องร่วมเตียงกับบุรุษหยาบกระด้าง เพียงเท่านั้นเขาก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ แทบอยากจะไปแย่งตัวศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองกลับคืนมา “เลิกคร่ำครวญได้แล้ว กลับไปกวาดลานอารามกับตรวจดูน้ำมันตะเกียงให้เรียบร้อย ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าไม่อยู่ เจ้าทั้งสองต้องรีบร่ำเรียนศึกษาหาความรู้ อารามไท่ผิงกวนจะได้เจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้าต่อไปได้” เจ้าอาวาสชุนทำเสียงดังใส่ลูกศิษย์ทั้งสอง “ไป ๆ ข้าจะสวดมนต์” โบกมือไล่ทั้งคู่ให้ออกจากห้องสวดมนต์ไป เจ้าอาวาสชุนรีบลุกไปปิดประตูลั่นกลอน ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ ย่องเบา ๆ ไปที่ใต้เตียงนอน ดึงหีบไม้เก่าเก็บออกมา ครั้นกดสลักเปิดออก ก็พบตั๋วเงินจำนวนสามพันตำลึงอยู่ในนั้น ตระกูลหลินที่ไม่ได้บริจาคน้ำมันตะเกียงมาหลายปี จู่ ๆ ก็ส่งตั๋วเงินมาให้ พร้อมกับขอรับคนกลับไปเพื่อแต่งงาน ช่วงนี้ชาวบ้านมาทำบุญที่อารามน้อยลง หลินซือเยว่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง ถึงไม่ยอมลงจากอารามไปรักษาผู้คน รายได้เลยหายหดแทบจ่ายอาหารการกิน(สุรานารี)ไม่พอ ตั๋วเงินสามพันตำลึงนี่มาได้ทันเวลาพอดี ! แครก ๆ ๆ ๆ เสียงกวาดลานหน้าอารามดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นของเหอกุ้ย “ข้ารู้ว่านางเก่งเอาตัวรอดได้ ข้าเพียงไม่อยากให้นางไปก็เท่านั้น” “ศิษย์พี่รองท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ไม่ใช่ว่ามีแต่นางที่ต้องแต่งงานมีครอบครัว ท่านเองก็เถอะที่บ้านส่งคนมารับทุกปีไม่ใช่รึ” จางเจียเฟิ่งรู้ดีว่าตนและเหอกุ้ย ถูกครอบครัวลงโทษด้วยการส่งมาอยู่ยังอารามแห่งนี้ ทว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น “ตัวข้านั้นไม่เป็นไรหรอก เจ้านั่นแหละศิษย์น้องสาม ข้าได้ยินว่าที่บ้านของเจ้า เพิ่งหาคู่หมั้นหมายคนใหม่ให้เจ้าอีกคนแล้วไม่ใช่รึ” สองศิษย์พี่น้องหยุดกวาดลานอาราม แล้วหันหน้าไปมองตากัน จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจดัง ๆ พร้อมกัน ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วย นับจากนี้ไปยามทำความผิดใครจะออกหน้าคอยช่วยเหลือ ยามเงินหมดใครจะให้หยิบยืม ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งไม่สบายใจเป็นอย่างมาก บนถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง รถม้าไม้ธรรมดาไม่เล็กไม่ใหญ่ ไร้ป้ายชื่อตระกูลบอกกล่าว คล้ายไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านในเป็นใคร เผิงฉือพยายามหลอกถามคนขับรถม้าอยู่หลายหน ถึงสถานการณ์ของตระกูลหลินในยามนี้ นางไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนไม่รู้จักใครสักคน คนขับรถม้าตอบว่า เขามีหน้าที่มารับคุณหนูรองกลับบ้านเท่านั้น เรื่องอื่นนั้นเขาไม่รู้จริง ๆ “ได้ถามหรือไม่ ใช้เวลากี่วันในการเดินทาง” หลินซือเยว่เอ่ยเสียงเนิบ ๆ “ถามแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าราว ๆ สิบวันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว” “สิบวันเชียวรึ” หลินซือเยว่มองห่อผ้าที่วางอยู่ด้านข้าง มีเพียงของใช้จำเป็นของนางไม่กี่ชิ้น พร้อมกับก้อนเงินจำนวนห้าสิบตำลึง “คงต้องแวะซื้อของในอำเภอฝูเสียก่อน”
like
bc
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวน้อยของสามีพิการ
อัปเดตเมื่อ Oct 27, 2023, 01:20
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ +++ “จ้านเออร์ข้าเอาเสื้อผ้าของซือซือมาไว้ในห้องของเจ้านะ” บอกแล้วเดินเอาห่อผ้าไปใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้าของลูกชาย “ซือซือเจ้าอยู่ดูแลสามีของเจ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน น้อง ๆ ของเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแลให้เอง วันนี้เจ้าไม่ต้องหาอาหารให้น้อง ถือว่าข้าเลี้ยงต้อนรับสะใภ้ก็แล้วกัน” เอ่ยเพียงเท่านั้นนางถานก็เดินออกจากห้องของลูกชายไป ปล่อยให้เซี่ยซือซือยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่กลางห้อง ส่วนเจ้าของห้องนั้นทำเหมือนนางเป็นฝุ่นผงในอากาศ หันไปคัดตำราของตนเองต่อ เจ้าเด็กหน้าตายนี่ ! “เอ่อ ข้าควรเรียกท่านว่าอย่างไร” นางทำใจกล้าเดินเข้าไปหาถานจ้านใกล้ ๆ แต่เขาไม่ตอบไม่รับรู้การมีตัวตนของนางด้วยซ้ำ “พี่จ้าน” “ท่านพี่” “หรือว่า...สามี” ถานจ้าน “...!” มีปฏิกิริยาแล้วสินะ เจ้าไม่อยากได้ข้าเป็นภรรยา ข้าก็ไม่อยากได้เจ้าเป็นสามีเหมือนกัน แต่ข้ายังเด็กอยู่ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกกับน้อง ๆ ตอนนี้ยังไม่ได้ รอข้าร่ำรวยก่อนเถอะ ! ถานจ้านวางพู่กันในมือลง เงยหน้าขึ้นมามองภรรยาตัวน้อยของตนเอง สีหน้าใสซื่อเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอันใด ช่างขัดใจเขานัก “เรียกข้าว่าพี่จ้านก็พอ ส่วนสองคำนั้นอย่าได้คิด ซือซือเจ้าอายุสิบสามใช่ไหม” “เจ้าค่ะ” “ยังเด็กเกินไป” “ถูกของท่าน ข้านั้นยังเด็กอยู่ยังเข้าหอไม่ได้เจ้าค่ะ !” ถานเจ้า “...!” เจ้าคิดไปถึงไหนกัน “เช่นนั้นเจ้ามีประโยชน์อันใดต่อข้า” “ประโยชน์ ?” เซี่ยซือซือกะพริบตาปริบ ๆ ไม่ใช่ท่านแม่ของเจ้าหรอกหรือที่ซื้อข้ามา ทำไมยามนี้กลายเป็นข้าต้องมามองหาประโยชน์ของตัวเองเสียแล้วล่ะ ประโยชน์ของข้านั้นเกินจะคณานับ เพียงแต่ข้าต้องใช้มันกับคนที่คู่ควรเท่านั้น เซี่ยซือซือคิดแล้วก็ปรายตามองไปที่ขาด้านซ้ายของเขา ตั้งแต่เข้าบ้านหลังนี้มานางยังไม่เห็นตอนเขายืน ถานเจ้าชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ น้อยคนนักจะหาญกล้ามองขาข้างซ้ายของเขาตรง ๆ “ว่าอย่างไร ข้าถามว่าเจ้าทำอะไรได้บ้าง” เซี่ยซือซือยกนิ้วขึ้นมานับระหว่างเฟ้นหาประโยชน์ของตัวเอง “ข้าปัดกวาดเช็ดถูได้ ทำอาหารได้ ซักเสื้อผ้าได้...” พลันสมองก็คิดต่อไม่ออก “หยิบกระโถนด้วย” ถานจ้านต่อคำให้นางเอง “หา หยิบกระโถน ?” “ท่านแม่ให้เจ้ามานอนในห้องของข้า ต้องการให้เจ้าช่วยหยิบกระโถนให้ข้ายามค่ำคืน เพราะข้าเดินเหินไม่สะดวก” เซี่ยซือซือ ” ...” เกินไปแล้ว ! เจ้ามนุษย์หน้าตายผู้นี้ ต้องการให้นางหยิบกระโถนถ่ายหนักถ่ายเบาให้ตอนกลางคืนเช่นนั้นหรือ นางผงะอย่างตกใจเล็กน้อย “ท่านป้าถานคงไม่ได้ซื้อข้ามาเป็นคนใช้ท่านใช่ไหม” นางอดถามออกไปตรง ๆ ไม่ได้ ถานจ้านกลอกตามองคนถามเล็กน้อย จากนั้นก็ระบายลมหายใจแผ่วเบาตามมา “ก่อนถึงวัยปักปิ่น เจ้าย่อมเป็นคนใช้ไปก่อน”
like
bc
สิเน่หาเมียชัง
อัปเดตเมื่อ Sep 8, 2023, 02:07
เพราะพี่สาวของเธอยกเลิกงานแต่งกับเขาอย่างไร้เยื่อใย คนเป็นน้องสาวอย่างเธอถูกครอบครัวกดดัน ให้เอาค่าสินสอดไปคืนฝ่ายชาย ทว่ามารดาของเธอดันเอาส่วนหนึ่งของค่าสินสอด ไปโปะหนี้บ้านจนหมด งานเลยงอกสิคราวนี้ จารวีค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยล้า สายลมเอื่อย ๆ กับคลื่นทะเลเบา ๆ ทำให้เธอหลับสนิทลงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีเม็ดฝนก็ตกใส่หน้าจนเจ็บ หญิงสาวลืมตาขึ้นมาก็พบว่าท้องฟ้ามืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว ลมพายุฝนรุนแรงจนน่ากลัว ต้องรีบวิ่งกลับไปหาทัพพ์ที่บ้านอย่างร้อนใจ “คุณทัพพ์อยู่ไหมคะ ! คุณทัพพ์ ! คุณทัพพ์ !” จารวียืนอยู่หน้าบ้านพักแล้วตะโกนเรียก แต่เหมือนเขาจะไม่ได้ยินเพราะเสียงลมค่อนข้างแรง จึงตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปเคาะประตูห้องของเขาแทน ก๊อก ก๊อก ก๊อก “คุณทัพพ์นี่ฉันเองนะคะ” เจ้าของบ้านเปิดประตูออกมาเขายังอยู่ในชุดเดิม มองเธอด้วยสายตากึ่งเยาะหยันเล็กน้อย เหมือนรู้ว่าอย่างไรเสียเธอก็ไปไหนไม่พ้น “เข้ามาสิ” เขาเปิดประตูออกกว้างเพื่อเชื้อเชิญคนตรงหน้า จารวีมองเขาเหมือนคนไม่น่าไว้วางใจ แต่ก็ยอมก้าวขาตามเข้าไปในบ้านแต่โดยดี “ไม่มีเรือเลย ฉันกลับบ้านไม่ได้” เดินเข้ามาภายในบ้านพักของเขาแล้ว จารวีก็บอกเขาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าไรนัก “ก็ผมบอกแล้วไม่เชื่อเอง นั่งก่อนสิ” ภายในบ้านพักแบ่งเป็นห้องนั่งเล่นห้องนอนและห้องครัว จารวีมองไม่เห็นห้องน้ำ คงจะอยู่ข้างในห้องนอนอีกที “บ่ายสองเองทำไมมันมืด ๆ แบบนี้ล่ะ” หญิงสาวเปรยเบา ๆ ระหว่างยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นดู “พายุเข้าท้องฟ้าปิดก็แบบนี้แหละ” อีกคนพูดเหมือนเป็นเรื่องปกติของที่นี่ “คุณทัพพ์ฉันอยากกลับฝั่ง” “ตลกแล้วคุณ ฟ้ามืดมัวฝนแบบนี้ใครเอาเรือออกก็โง่แล้ว อีกอย่างเรือที่เกาะก็ไม่มี ช่วงนี้เอาเรือไปเข้าอู่ตรวจสอบสภาพกันยกทีม จะมาอีกทีสองสามวันโน่น” “สองสามวัน นี่คุณบ้าหรือเปล่า ไม่มีเรือแล้วยังจะให้ฉันเอาสินสอดมาคืนที่นี่อีก” หญิงสาวกัดฟันกรอดอย่างโมโห นี่มันจงใจกลั่นแกล้งกันชัด ๆ เปรี้ยง ! “ว้าย !” เสียงฟ้าผ่าอยู่ใกล้ ๆ ทำจารวีสะดุ้งสุดตัว ส่วนเจ้าของบ้านพักนั้นได้แค่ปรายตามองนิ่ง ๆ “ยังไงวันนี้คุณก็ต้องนอนนี่” “นอนนี่ ! คุณจะบ้าเหรอ ให้ฉันมานอนกับคุณได้ยังไง เอ่อ อย่างน้อยถ้ากลับไม่ได้จริง ๆ คุณก็เปิดห้องพักให้ฉันสักหลังสิ” จารวีพยายามนึกหาทางออกให้ตนเองอยู่ “บ้านพักลูกค้าถูกตัดไฟฟ้าหมดแล้ว เพราะอยู่ในช่วงซ่อมแซม เลยตัดกระแสไฟหมดทุกหลัง อยากไปนอนก็ได้นะเดี๋ยวผมหาตะเกียงให้อันหนึ่ง” “ตะเกียงหมายความว่าไง” “ก็หมายความว่าทั้งเกาะนี่มีแค่บ้านพักหลังน้อยของผมนี่แหละที่มีไฟฟ้าใช้แค่หลังเดียว เข้าใจอะไรยากเหลือเกินนะแม่คุณ” “ก็เพราะคุณนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันต้องมาติดอยู่บนเกาะนี่” “ช่วยไม่ได้” ทัพพ์แบมือยักไหล่ให้หญิงสาว “แล้วฝนมันจะตกแบบนี้นานไหม” จารวีเอ่ยเบา ๆ เหมือนถามตัวเองมากกว่า เพราะรู้สภาพอากาศบนฝั่งอยู่แล้ว “มันก็ตกแบบนี้ทั้งวันไม่ต่างจากฝั่งหรอก ยิ่งช่วงสองสามวันนี้ด้วยท่าจะยาวถึงเย็น” จารวีได้ยินแล้วก็ถอนหายใจยาว ๆ ออกมา หญิงสาวมองคนตรงหน้าพร้อมขมวดคิ้ว เหมือนใช้ความคิดอะไรบางอย่างอยู่ “คุณทัพพ์เรามาคุยกันด้วยเหตุผลดี ๆ กันเถอะ” เมื่อเห็นว่าทั้งเกาะมีแค่เธอกับเขา และพายุฝนที่ไม่มีทีท่าจะหยุดตกง่าย ๆ จารวีเริ่มตระหนักว่าเธอกับเขาไม่ควรหาเรื่องทะเลาะกันจะดีกว่า “ผมก็คุยดี ๆ อยู่นี่ไงไม่เห็นรึ” เขาพูดพร้อมเอียงหน้าใส่เธอ “มือถือฉันไม่มีสัญญาณเลยตั้งแต่มาถึงที่เกาะ” “ไม่มีสัญญาณเลย ?” ทัพพ์ทำหน้าแปลกใจอีกรอบ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “ใช่ค่ะ ฉันติดต่อกับแม่ไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ว่าตัวเองอยู่นี่ แล้วคุณล่ะ คุณติดต่อกับคนบนฝั่งยังไง” คนถามมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้าน เหมือนต้องการหาเครื่องมือสื่อสารของเขา “ก็มือถือนี่แหละ แต่คุณบอกไม่มีสัญญาณก็คงไม่มีมั้ง ฝนฟ้าแบบนี้สัญญาณมันอาจหาย” เขาพูดแล้วเสไปมองทางอื่น “แต่ตอนฉันมาถึงที่นี่ฝนมันยังไม่ตกเลยนะ” “แล้วผมจะไปรู้ไหมล่ะ มือถือก็มือถือคุณใช่ของผมที่ไหน” “นี่คุณ ! เอ่อ ทางบ้านฉันต้องเป็นห่วงฉันแน่ที่หายตัวมาแบบนี้ แม่ฉันอาจจะแจ้งความก็ได้” โกรธก็โกรธแต่จารวีต้องพยายามสงบสติอารมณ์เอาไว้ “แล้วไง” ดูเขาไม่ได้สนใจในเรื่องนี้เลย “ก็แม่ฉันรู้ไงว่าฉันเอาสินสอดมาคืนคุณ” จารวีอยากให้เขารับรู้ว่ามีคนรู้ว่าเธอเดินทางไปไหนมาไหน “แม่ฉันอาจโทรศัทพ์ไปถามแม่คุณก็ได้” หญิงสาวยกเหตุความเป็นได้มาอ้าง “อืม” “นี่คุณทัพพ์คุณช่วยพูดอะไรมากกว่านี้ได้ไหม สรุปว่าวันนี้ฉันกลับฝั่งไม่ได้ คุณจะให้ฉันทำยังไง” “คุณนี่ก็แปลก กลับไม่ได้ก็นอนนี่สิ จะมาโวยวายใส่ผมทำไม” “ก็คุณบอกไฟฟ้าที่บ้านพักลูกค้าไม่มีใช้ แล้วคุณจะให้ฉันนอนที่ไหน” หญิงสาวเริ่มจะทนไม่ไหวกับความเฉยชาของเขา “ก็นอนบ้านของผมนี่ไง” ชายหนุ่มบอกพร้อมผายมือออกทั้งสองข้าง “นอนนี่ ! คุณจะบ้าเหรอ จะให้ฉันมานอนกับคุณได้ยังไง” “งั้นก็บ้านพักลูกค้าโน่น ไปสิ ไปเลย เดี๋ยวไปหยิบกุญแจให้เดี๋ยวนี้เลย” เขาชี้นิ้วไปทางบ้านพักลูกค้าเป็นเชิงไล่ จารวีมองเขาตาปริบ ๆ ฝนตกหนัก ไฟฟ้าไม่มีใช้ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มแบบนี้ จะให้เธอไปอยู่บ้านพักที่ไม่มีแสงสว่าง ไร้ซึ่งผู้คนเพียงลำพังอย่างนั้นเหรอ อยู่กับเขาหรืออยู่คนเดียวอันไหนน่ากลัวกว่ากัน เปรี้ยง ! “อ๊าย !” หญิงสาวกรีดเสียงร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อพายุฝนกระหน่ำหนักกว่าเดิม ตามด้วยเสียงฟ้าผ่าลงมาเป็นระยะ เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! “โอ๊ย ! เอาเป็นว่าฉันนอนนี่ก็ได้ แต่ว่า คุณห้ามไปบอกใครนะว่าฉันนอนนี่กับคุณ” จารวีตั้งข้อแม้กับเขา “เฮ้อ เรื่องมากจริงแม่คุณ” ทัพพ์มองอีกคนแล้วส่ายหน้าไปมา เขามีหลายเรื่องอยู่ในหัวตอนนี้ โดยเฉพาะเรื่องแม่สาวน้อยคนสวยตรงหน้า ทำไมมารดาของเขาถึงไม่มีคนนี้อยู่ในตัวเลือกตั้งแต่แรก
like
bc
เจ้าบ่าวคนนั้น ฉันเคยแอบจอง
อัปเดตเมื่อ Jul 24, 2023, 21:08
เฌอลิณณ์ถูกเชิญมางานแต่งงาน ของลูกพี่ลูกน้องตัวเอง ก่อนหัวใจจะแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อพบว่าเจ้าบ่าวของวันนี้ คือผู้ชายที่เธอแอบหมายปองมาตลอดหนึ่งปีเต็ม ได้แต่แอบดีนักสวรรค์เลยลงทัณฑ์อย่างหนัก เธอคว้าแก้วไวน์ไปนั่งดื่มคนเดียวแบบเงียบ ๆ ทั้งที่เป็นคนคออ่อนดื่มนิดหน่อยก็เมา แต่คืนนี้มันน่าเมาให้หัวราน้ำนัก ซัดไปเสียหลายแก้ว...สุดท้ายภาพตัด ตื่นมาอีกทีพบตัวเองนอนอยู่บนเตียง เจ้าบ่าวนอนอยู่เคียงข้าง สภาพเปลือยล่อนจ้อนทั้งคู่ ฉิบหายไหมล่ะงานนี้... +++ ตึ๊ง ! ประตูลิฟต์เปิดกว้างออก เฌอลิณณ์มุ่งหน้าไปยังห้องหมายเลขเก้า แต่ไขกุญแจเท่าไรก็ไขไม่ออกสักที สมองเริ่มจับภาพตรงหน้าได้แบบเบลอ ๆ “มานอารายวะเนี่ย สรุปห้องหนายหว่า อุ๊ !” ‘ยัยภาจองไว้ทั้งชั้นเลยพักห้องไหนก็เหมือนกันแหละลูก’ คุณป้าคนหนึ่งพูดกับเธอแบบนี้ แปลว่าห้องไหนก็ได้สินะ คนเมาหันไปทางห้องที่อยู่ถัดไป ยังไม่ได้ไขกุญแจดูเลย แค่ลองหมุนลูกบิดดูบานประตูก็เปิดออกได้แล้ว เฌอลิณณ์รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ คุกเข่าจับขอบชักโครก โก่งคออาเจียนแบบเอาเป็นเอาตาย อาเจียนจนหมดไส้หมดพุง ถึงได้พยุงตัวลุกขึ้นมา บ้วนปากล้างหน้าล้างตาทว่าไม่สดชื่นขึ้นสักนิดเลย สมองหมุนเคว้งไปหมด ดื่มไม่เก่งซ้ำยังคออ่อนอีกต่างหาก ดันซัดไปเสียหลายแก้ว เธอแทบคลานออกมาจากห้องน้ำเพื่อปีนขึ้นเตียงนอน ‘ดอกไม้อารายวะเกะกะชะมัด’ เตะสิ่งพันแข้งพันขาทิ้งลงข้างเตียงไป หนึ่งชั่วโมงต่อมา เจ้าบ่าวสุดหล่อเดินโซซัดโซเซมายังห้องหอของตัวเอง มือหมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไป อยากนอนหลับพักผ่อนเอาแรงเสียก่อน เหล้าที่กินเข้าไปไม่ช่วยให้เขาหายโกรธได้ ยิ่งไม่บรรเทาความร้อนในอก ที่แทบระเบิดออกมาเป็นเสี่ยง ๆ นี้ได้ แต่แล้ว...เขาหรี่ตามองแม่สาวขาอ่อน โผล่พ้นกระโปรงเดรสบนเตียงนอนในห้องหอของตนเอง ไม่ใช่เจ้าสาวของเขาสักหน่อย แม่นี่เป็นใคร ความเมาทำให้เขาต้องขยี้ตาแรง ๆ อีกรอบ เขาตาลายจนมองเห็นผู้หญิงบนเตียงนอนหรือยังไงกัน เดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อดูให้ชัดว่าใคร ‘ครายวะหน้าคุ้น ๆ’ “นี่คุณ คุณคร้าบ” เขาแตะแก้มแดง ๆ ของคนบนเตียงเบา ๆ “อือ อย่ากวนคนจานอน” “คุณคร้าบนี่มันห้องผมนะ คุณเป็นครายเนี่ย เอิ้ก ! มานอนที่นี่ได้ยังงาย” แปะ ๆ ตบแก้มไปอีกสองที “โอ๊ย บอกว่าอย่างาย” คนหลับปัดมือทิ้งอย่างรำคาญ “ไม่ตื่นผมจาปล้ำแล้วนะ” กลทีป์ถอดสูททิ้งลงข้างเตียง ปีนขึ้นไปคร่อมบนตัวหญิงสาว เพียงเท่านั้นเจ้าตัวก็ลืมตาพรึ่บขึ้นมามอง ดวงตากลมโตจ้องเขาตาแป๋ว ก่อนจะคลายรอยยิ้มนิด ๆ ตรงมุมปาก ยกมือขึ้นทาบหน้าเขาทั้งสองข้าง เอียงซ้ายเอียงขวาคล้ายคนโง่งม “เอ๋ คุณสุดหล่อนี่เอง” “ใช่คร้าบผมสุดหล่อเอง คุณนี่ตาถึงจริง ๆ ฮะฮะ” คนพูดตาประกายเยิ้ม มองคนด้านล่างแบบปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด “ฉันฝานอยู่แน่ ๆ คุณสุดหล่ออยู่ตรงนี้ อืม ฝันแบบนี้มันดีจัง” เฌอลิณณ์คล้องท่อนแขนโอบรอบคอของเขาเอาไว้ นัยน์ตาหวานฉ่ำด้วยความรู้สึกดี ความฝันแบบนี้เธอไม่อยากตื่นขึ้นมาเลย ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่ใกล้แค่เอื้อม อีกทั้งลมหายใจยังอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ อิอิ เหมือนเธอไม่มีผิด “คุณสุดหล่อคุณก็มาวเหรอคะ” เฌอลิณณ์ย่นจมูกทำเสียงอ้อแอ้ถามเขา “คร้าบผมมาวมาก มาวจนเห็นคุณคนสวยอยู่บนเตียงด้วย” กลทีป์เองก็ไม่ได้ดีไปกว่าหญิงสาว “คุณคนสวย บ้าน่า อิอิ ก็สวยจริงแหละค่า” แค่เขาบอกว่าเธอสวย เธอคงนอนตายตาหลับได้แล้วล่ะ ฝันอะไรกันทำเธอแก้มแทบแตกได้ด้วย “งั้นเรามาทามอารายดี ๆ กันไหมคร้าบ” “เยี่ยม !” เธอลดมือลงมายกนิ้วโป้งให้เขาทั้งสองข้าง จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังใส่กัน ก่อนที่เฌอลิณณ์จะน้ำตาคลอเบ้าเบะปากใส่เขาอย่างน้อยใจ “เป็นอารายปายคร้าบคุณคนสวย” เขาป้ายคราบน้ำตาออกให้อย่างแปลกใจ ทั้งที่สติพร่ามัวไปหมด “ฮะ...ฮรึก คุณสุดหล่อแต่งงานแล้วนี่คะ ฉันอุตส่าห์เฝ้ามองแอบจองคุณไว้ตั้งหนึ่งปี หนึ่งปีเลยนะ ฉันน่าจะบอกว่าฉันรักคุณ น่าจะพูดก่อนที่คุณจาแต่งงาน” นิ้วชี้จิ้มลงบนอกเขาแรง ๆ ส่งเสียงสะอื้นไห้เหมือนคนอัดอั้นตันใจเป็นอย่างมาก “ผมม่ายแต่งแล้ว” “โกหก” “จริง” “ฮะฮึก” เฌอลิณณ์ส่ายหน้าไม่ยอมรับ “คุณรักผมจริงเหรอคร้าบ” “จริงสิจะโกหกทำมาย ฉันนะแอบมองคุณสุดหล่อที่ร้านกาแฟใต้ตึกทู้กวันเลย” ร้องไห้ไปก็ปวดหัวไปด้วย ความฝันเธอเหมือนจริงเกินไปไหม แม้แต่ตัวเขาก็ยังอุ่น “แอบมอง หืม ได้ยินแล้วชื่นใจจัง แต่วันนี้ผมปวดใจมาก คุณคนสวยช่วยปลอบจายผมได้ไหม” “อื้ม” ตอบแบบไม่ต้องคิด “จูบได้ไหม” เฌอลิณณ์พยักหน้าหงึก ๆ ปากของคุณสุดหล่อทาบประกบลงมา ความฝันของเธอเหมือนจริงจนแทบบ้า ลิ้นนุ่ม ๆ ที่กำลังต้อนรัดลิ้นของเธอก็เหมือนจริง เสียงจ๊วบจุ๊บนี่ก็ด้วย ทำไมเหมือนเกิดขึ้นจริง ๆ เลย บ้าไปแล้วเจ้าบ่าวแต่งงานอยู่กับเจ้าสาว จะมาดูดปากเธอตอนนี้ได้ยังไง นี่คือความฝันแน่ ๆ “จุ๊บ...จุ๊บ อืม ผมไม่ไหวแล้ว” “คะอารายไม่ไหว” คนถูกมอมเมาด้วยจูบแบบดูดดื่ม สมองมึนเบลอจนรับรู้อะไรไม่ได้อีกต่อไป “ตรงนี้มันปวดปายหมด” ตรงนี้ที่เขาพูดถึงมันกำลังแข็งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เฌอลิณณ์มองตามสายตาของเขาลงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เผลอวางฝ่ามือทาบลงไปบนนั้นดู “ว้าว แข็งมากจริง ๆ ด้วย ตรงนี้ของผู้ชายมานแข็งแบบนี้เองเหรอ” เธอทำหน้างงเอียงซ้ายขวาเหมือนคนไม่เคยจับของใครมาก่อน “อยากเห็นไหม” อีกคนก็หลอกล่อเต็มที่ “อืม” “เรามาถอดกานดีกว่า” “อืม ถอดก็ถอด” ทั้งคู่ต่างช่วยกันถอดเสื้อผ้าให้กัน เข้าขั้นทุลักทุเลด้วยกันทั้งสองคน ก่อนจะไม่เหลืออาภรณ์สักชิ้นบนตัว “หนาว ๆ ฝันอารายหนาวได้ด้วย” เฌอลิณณ์ยกท่อนแขนปิดหน้าอกเอาไว้แน่น เงยหน้าขึ้นมาเป็นอันต้องตะลึง กับบางอย่างใจกลางตัวของเขา ที่มันกำลังเด้งตัวส่ายไปมา ล่อตาล่อใจของเธอเหลือเกิน “มันดิ้นได้ด้วย” เฌอลิณณ์เอียงคอมองซ้ายทีขวาที ตามจังหวะการเคลื่อนไหวของสิ่งนั้น “คุณคนสวยคูณสวยมาก” เขาชมตาปรือเยิ้มไม่ต่างไปจากฝ่ายหญิง ความฝันของเขามันสมจริงมาก จนเขาอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ ผลักตัวหญิงสาวลงไปนอนบนเตียงเบา ๆ “คุณคนสวยคืนนี้มาเป็นเจ้าสาวผมนะ”
like
bc
ราคีไร้ใจ
อัปเดตเมื่อ Apr 18, 2023, 08:51
-
like
bc
ดวงใจอริ
อัปเดตเมื่อ Oct 24, 2022, 05:23
มรดกที่เธอได้รับ หลังจากชื่อเสียงในวงการป่นปี้ คือบ้านไร่ของบิดา ตามมาด้วยหนี้ก้อนใหญ่ และเจ้าหนี้ ที่ชังขี้หน้าเธอเป็นที่สุด 1 นางร้ายดาวร่วง ‘นางร้ายอักษรย่อตัว พ. ลืมกำพืดของตัวเอง ไม่ยอมกลับไปเยี่ยมพ่อที่บ้านเกิด ทำให้พ่อผู้ให้กำเนิดต้องออกสื่อเรียกร้องความเห็นใจ อนาถนักสุดท้ายต้องตรอมใจตายก่อนได้เห็นหน้าลูก’ พาเพลินกำลังไล่อ่านข้อความข่าวที่เป็นกระแสอยู่บนโลกออนไลน์ ผู้คนแชร์ต่อ ๆ กันไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดกันง่าย ๆ ซึ่งทุกที่ล้วนแต่เสนอข่าวในมุมมองเดียวกัน มุมที่ว่าเธอนั้นลืมกำพืด และอกตัญญูต่อบิดาผู้ให้กำเนิด หญิงสาวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้าต่อตา เธอได้สูญเสียบิดาไปพร้อม ๆ กับการสูญเสียชื่อเสียงในวงการบันเทิง หญิงสาวมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ยังไม่รู้จะจัดการกับชีวิตหลังจากนี้อย่างไรดี สักพักเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ด้านข้างดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากมารดาของเธอ ซึ่งตอนนี้ท่านได้มีครอบครัวใหม่ไปแล้วที่ต่างประเทศ “เป็นไงบ้างเพลินแม่เพิ่งเห็นข่าวเมื่อกี้นี้เอง เพลินไหวไหมลูก” น้ำเสียงของนางพลอยใจแสดงออกถึงความห่วงใยลูกสาวของตนเป็นอย่างมาก “ยังไหวค่ะแม่ เพลินไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมพ่ออยู่เหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าพ่อจะจากไปกะทันหันแบบนี้ นี่ก็กำลังเก็บกระเป๋าไปงานศพของพ่อค่ะ” คนเป็นลูกตอบมารดาด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ “ดีแล้วเพลิน คิดเสียว่าไปทำหน้าที่ของลูกครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน แต่แม่คงไปงานศพพ่อเขาไม่ได้นะลูก แม่ต้องเดินทางไกลกับจอห์นเขา นี่ก็ไปค่อนข้างหลายประเทศเลยงานสำคัญด้วย” ธุรกิจของสามีค่อนข้างสำคัญกับความเป็นอยู่ของครอบครัว นางพลอยใจจึงเลือกงานมากกว่าอดีตสามีผู้ล่วงลับไปแล้ว “ไม่เป็นไรค่ะแม่เพลินเข้าใจ ทางนี้เดี๋ยวเพลินจัดการเองค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงเพลินนะคะ” คนเป็นลูกยิ้มเศร้า ๆ ระหว่างบอกมารดา “อย่างนั้นแม่ค่อยหายห่วงหน่อย ยังไงก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะเพลิน” “ค่ะ แม่ก็เหมือนกันนะคะ อย่าทำงานหนักมากเกินไปล่ะ” “งั้นแม่วางสายก่อนนะเพลิน จอห์นมาเรียกไปกินข้าวแล้ว” “บายค่ะแม่” พาเพลินเข้าใจความลำบากใจของมารดาเป็นอย่างดี เพราะตอนเลิกรากับบิดานั้น พวกท่านจากกันไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เลิกกันไปก็กลายเป็นคนอื่นในทันที หญิงสาววางโทรศัพท์มือถือลงบนหัวเตียง ภาพในอดีตเมื่อสิบแปดปีก่อนวิ่งย้อนเข้ามาในความทรงจำ ‘ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ที่นี่มันไม่มีอะไรเลยคุณอรรถ ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ ฉันจะกลับไปอยู่กรุงเทพฯ’ ‘ไหนตอนแรกคุณบอกว่าคุณอยู่ได้ยังไงล่ะคุณพลอย’ ‘มันก็ใช่ค่ะ เพราะว่าฉันประเมินตัวเองสูงเกินไป แต่พอมาอยู่เข้าจริง ๆ ฉันอยู่ไม่ได้ ฉันไม่เข้ากับบ้านไร่ของคุณเลยคุณอรรถ ปล่อยฉันไปเถอะนะ’ ‘ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะ แล้วลูกเราล่ะ’ ‘ให้ลูกเลือกเองค่ะว่าจะอยู่กับใคร’ ‘นี่คุณ...แล้วเพลินล่ะลูก เพลินจะอยู่กับพ่อใช่ไหม’ ‘เพลินจะไปกับแม่ค่ะ’ พาเพลินจำสายตาแห่งความผิดหวังของบิดาได้เป็นอย่างดี ท่านยืนนิ่งไปหลังจากเธอตอบแบบนี้ เด็กหญิงในวัยแปดขวบยืนมองท่านด้วยสายตาแห่งความสับสน ทำไมถึงตอบแบบนั้นออกไปพาเพลินเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน อาจเพราะเธอสนิทกับมารดามากว่าบิดาก็เป็นได้ บิดาของพาเพลินยอมเซ็นใบหย่าให้ภรรยา และปล่อยให้ลูกสาวเพียงคนเดียวเดินจากไปพร้อมกับผู้เป็นแม่ นับจากนั้นพาเพลินก็ไม่เคยกลับไปเยี่ยมบิดาอีกเลย หญิงสาวจัดกระเป๋าเสร็จแล้วก็ขึ้นไปนอนเล่นอยู่บนเตียง สักพักใหญ่ ๆ ผู้จัดการส่วนตัวของพาเพลินก็โทรศัพท์เข้ามาแจ้งข่าวร้าย “พี่เสียใจด้วยนะเพลิน แต่งานของเพลินถูกยกเลิกหมดเลย พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว พี่บอกแล้วไงว่าให้กลับไปเยี่ยมพ่อบ้าง สุดท้ายก็เกิดเรื่องจนได้เห็นไหม” แววใจผู้จัดการชื่อดังและมีเด็กในสังกัดอยู่หลายคน พูดเหมือนเรื่องนี้เป็นความผิดของพาเพลินคนเดียว “ไม่เป็นไรค่ะพี่แววเพลินเข้าใจดี” ใครไม่มาเป็นพาเพลินก็คงไม่รู้หรอก ว่าสิบแปดปีที่ผ่านมาบิดาของเธอไม่เคยติดต่อมาหาเลย แต่แล้วจู่ ๆ กลับไปออกสื่อเรียกร้องให้เธอกลับไปเยี่ยม ตอนนั้นหญิงสาวรู้สึกไม่พอใจท่านเป็นอย่างมาก เพราะการทำแบบนั้นก็เท่ากับทำร้ายเธอซึ่ง ๆ หน้านี่เอง “เพลินถือสายรอแป๊บหนึ่งนะ” แววใจหันไปพูดกับใครบางคนด้านข้าง ระหว่างให้พาเพลินถือสายรอ พาเพลินไม่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่ปฏิเสธข่าวแต่อย่างใด นั่นยิ่งทำให้ผู้คนออกมาตำหนิหญิงสาวกันอย่างมันมือบนโลกโซเซียล กระทั่งหลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือนข่าวบิดาของเธอเสียชีวิตจากโรคร้ายก็ตามมา คราวนี้นางร้ายชื่อดังเลยมีคำว่าลูกสาวอกตัญญูแปะหน้าในทันที “ถึงไหนแล้วนะ อ้อ พี่คงไปงานศพพ่อของเพลินไม่ได้แล้วนะ พี่ติดงานใหญ่ที่ปารีสพอดี” แววใจหันกลับมาพูดกับพาเพลินต่อ “ไม่เป็นไรค่ะพี่แวว เพลินไปคนเดียวได้” พาเพลินพูดเหมือนเข้าใจสถานการณ์ของตัวเองดี ทั้งที่ในใจนั้นนึกอยากให้ใครไปเป็นเพื่อนสักคน “งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะ พี่ต้องไปทำงานต่อแล้ว แค่นี้ก่อนนะเพลิน” “ค่ะพี่แวว” กดวางสายแล้วเจ้าของใบหน้าเศร้าสร้อยก็มองเหม่อไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ตอนที่ : 2 นางร้ายดาวร่วง 2 พาเพลินเพิ่งจะมีชื่อเสียงจากบทเมียน้อยที่ชอบแย่งสามีชาวบ้าน หญิงสาวกำลังจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ทว่าอาจจะดับก่อนเวลาอันสมควรในตอนนี้ มีเพื่อนในวงการเข้ามาแสดงความเสียใจผ่านทางโลกออนไลน์ แต่กลับไม่มีสักคนที่จะโทรเข้ามาแสดงความเสียใจด้วยจริง ๆ เหตุเพราะหญิงสาวไม่ค่อยคบหาใครอย่างสนิทใจนั่นเอง พาเพลินเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า เตรียมตัวเดินทางขึ้นเครื่องไปงานศพของบิดา เพื่อไปให้ทันสวดพระอภิธรรมคืนแรก หญิงสาวในวัยยี่สิบห้าปี เจ้าของความสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ไว้ผมยาวสลวยถึงกลางหลัง มีรูปร่างผอมเพรียวสมส่วน อยู่ในชุดกางเกงยีนรัดรูปสีเข้มกับเสื้อยืดสีดำ อำพรางสายตาผู้คนด้วยแว่นตาสีดำพร้อมหมวกแก๊ปสีเดียวกัน
like
bc
เจ้าบ่าวอันธพาล
อัปเดตเมื่อ Oct 24, 2022, 05:09
เสร็จสิ้นพิธีแต่งงานคู่บ่าวสาวก็มารวมตัวกันภายในห้องพักของโรงแรม เชิญขวัญกำลังยืนงุนงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ เมื่อครู่นี้ แล้วเจ้าบ่าวของเธอก็มายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับกวาดตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “อะไรของคุณ” “ถอดออกมา แหวนแต่งงาน ต่างหู สร้อยเพชร แล้วเอาทะเบียนสมรสนี่ไป อีกหนึ่งปีผมจะไปหย่าให้เข้าใจและรู้เรื่องนะ” เจ้าบ่าวบอกพร้อมยื่นใบทะเบียนสมรสไปตรงหน้า เชิญขวัญมองหน้าเขาเหมือนคนไม่เคยเห็น คนบ้าที่ไหนจะมาทวงเครื่องประดับเจ้าสาวหลังงานแต่งไม่ถึงชั่วโมงแบบนี้
like
bc
พลาดรักนางบำเรอ
อัปเดตเมื่อ Oct 18, 2022, 17:29
หลังประสบอุบัติเหตุ ทิชาได้ความจำเสื่อมลง และเข้าใจว่าตัวเองคือคัทลิน เด็กในสังกัดของมาดามไลลา “มีอะไรหรือเปล่าคะคุณปารเมศ” หญิงสาวต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถาม เพราะเขาเอาแต่นิ่งไม่พูดอะไรออกมาสักที “นี่เป็นครั้งแรกของคุณเหรอแคท” แต่แล้วคำตอบของเขา ก็ทำให้คนได้ยินรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องถามเรื่องนี้ด้วย “ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ” หญิงสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เธอทำอาชีพนี้มานานแล้ว มาดามไลลากับเจสซี่เป็นคนบอกเอง จะเป็นครั้งแรกได้อย่างไรกัน “ทำไมมีเลือด” เขาเอียงหน้าไปที่ผ้าปูเตียง คัทลินหน้าเหวอเล็กน้อยหลังได้ยิน ปรายตามองตามเขาไปตรงเตียงนอน เธอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จ้องมันให้ชัด ๆ พบว่าเป็นรอยเลือดแห้งเกรอะกรังอยู่จาง ๆ ได้แต่ยืนนิ่งตัวชาไปเหมือนกัน “หรือว่าประจำเดือนมาแต่ฝืนมาทำงาน” น้ำเสียงเขาออกแนวตำหนิทันทีหากว่าเป็นเรื่องนี้ “ไม่ใช่นะคะ ประจำเดือนหมดตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว” หญิงสาวรีบหันมาส่ายมือปฏิเสธทั้งสองข้าง “แล้วมันเลือดอะไร !” “เอ่อ แคทไม่รู้ค่ะ ของคุณหรือเปล่าคะ” “นี่เธอบ้าหรือยังไง ! ผมจะไปมีเลือดออกได้ยังไง”
like
bc
ทัณฑ์แห่งรัก
อัปเดตเมื่อ May 9, 2022, 07:27
“ไม่อยากคุยกับคนอย่างฉันงั้นเหรอ เธอนี่มัน จุ๊ๆๆ” เขาทำเสียงจิ๊ปากอย่างขัดใจ รอยยิ้มมาดร้ายปรากฏขึ้นบนหน้า ใบหญ้าเห็นแล้วรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “ไม่อยากคุยไม่อยากพูดกับฉัน คงอยากให้ฉันพาไปขย่มกันบนเตียงมากกว่าละสิท่า ก็ไม่บอกเดี๋ยวจัดให้” ว่าแล้วก็เหวี่ยงร่างบางขึ้นไปนอนเคว้งอยู่บนเตียงกว้าง “ว้าย!” คนถูกเหวี่ยงร้องออกมาด้วยความผวาตกใจ ร่างของเธอกระแทกลงกลางเตียงอย่างแรง “ไอ้หน้าตัวเมีย” ด้วยความโกรธทำให้หญิงสาวถึงกับลืมตัว หลุดคำด่าชนิดที่ว่าทั้งชีวิตของเธอเองก็ไม่คิดว่าจะได้พูดมันออกมา
like
bc
วิวาห์สามีไร้รัก
อัปเดตเมื่อ May 9, 2022, 07:23
กล่องแรกเป็นสร้อยคอจากอินทัชอันนี้เขารับได้ แต่อีกอันนี่สิ เขาไม่เห็นของที่อยู่ข้างใน เพราะกล่องมันว่างเปล่า มีเพียงการ์ดใบน้อยที่ถูกเปิดอ่านค้างไว้ ถ้อยคำบนกระดาษนี่แหละ ที่ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึงลง ‘ใส่นี่ซะ แล้วชีวิตคู่ของแกมันจะไม่จืดชืดอีกต่อไป’ จาก...เป้เองจ้า จืดชืด สองคำนี้ทิ่มแทงหัวใจของณธายุเป็นอย่างมาก ยิ่งออกมาจากปากของเพื่อนของภรรยาด้วยแล้ว ย่อมหมายความว่า ภรรยาของเขาเป็นคนบอกเล่าต่อนั่นเอง ชายหนุ่มหลับตาลง บดกรามแน่นจนขึ้นสันนูน แล้วหันไปทางห้องน้ำ ซึ่งคาดว่าภรรยาของตนคงอยู่ในนั้น เขาก้าวเท้าไปหาธารินันท์อย่างรวดเร็ว “ตั้งใจจะใส่ไปให้ใครดูเหรอครับคุณนันท์” เขากัดฟันถามทั้งที่ในใจลุกเป็นไฟ พร้อมเผาไหม้ทุกอย่างรอบตัว “คือของขวัญวันเกิดของยัยเป้ค่ะ ฉันแค่เอามาลองใส่ดูเฉย ๆ” “ฮึ ลองใส่ดูเฉย ๆ อย่างนั้นเหรอ” เห็นสายตาของสามีที่มองมาแล้ว ธารินันท์ก็เริ่มกลัวขึ้นมาจริง ๆ เขาโกรธอะไรเธอกันแน่ หรือว่า การ์ด ! “คุณยุ คือว่าอย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิดนะคะ ฉันก็แค่ ฉันเอ่อ คุณยุ !” เธอหลับตาแน่นเมื่อเขาก้าวเข้ามาชิดแบบเร็ว ๆ ดันแผ่นหลังเธอแนบกับผนังห้องน้ำ กักขังเธอไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง “ชีวิตคู่มันจืดชืดมาก จนต้องเอาไปประกาศให้คนอื่นรู้ ให้เขามาหัวเราะเยาะสามีตัวเองเลยเหรอคุณนันท์” เขาเค้นเสียงใส่อารมณ์อย่างโมโห
like
bc
ปรารถนาร้าย
อัปเดตเมื่อ May 9, 2022, 07:16
“อะไรคะคุณป้า” ถามพร้อมสีหน้างุนงง “ข้อตกลงที่คุณวิเนตย์ร่างมา ไม่มากหรอกแค่สามข้อ” ผู้เป็นป้าตอบพร้อมกับชำเลืองไปยังกระดาษในมือของหลานสาว “ข้อตกลง?” “อ่านดูสิยัยวาท ฉันว่าก็คุ้มดีนะ” นางอารตีทำหน้าเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่มันผิดปกติอย่างร้ายแรงสำหรับคนที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ 1.สินสอดจ่ายครั้งเดียวจบ ไม่มีการขอนอกรอบหลังจากแต่งงานไปแล้ว 2.ไม่มีการแบ่งสินสมรสเมื่อหย่า 3.ห้ามท้องเด็ดขาด (สำคัญสุด) มือเล็กถึงกับสั่นระริกเมื่อกวาดสายตาอ่านทั้งสามข้อจบลง โดยเฉพาะข้อที่สามนี่มันน่าโมโหนัก ถึงกับต้องทำตัวหนาตัวเอียงกันมาเลยทีเดียว นี่เขาคิดว่าเธอเป็นคนยังไงถึงได้มาตั้งเงื่อนไขที่เหยียบย่ำจิตใจกันได้ถึงเพียงนี้ “ทุเรศ...นี่มันทุเรศที่สุด วาทไม่ตงไม่แต่งมันแล้วค่ะคุณป้า” อารมณ์โกรธของวธุกาพุ่งปรี๊ดให้กับความคิดของผู้ชายคนนี้
like
bc
รักร้ายจอมทระนง
อัปเดตเมื่อ Apr 24, 2022, 23:25
(รักร้ายจอมทระนง) “แหวนไปไหน” “คะ” หญิงสาวรีบหดมือหนีในทันที “พี่ถามว่าแหวนไปไหน” คริษฐ์ยังย้ำคำถามเดิมแล้วจ้องหน้าคู่หมั้นสาวแบบไม่พอใจ “คืออยู่ที่ออฟฟิศมันต้องล้างแก้วกาแฟบ่อย ๆ รุ้งก็เลยถอดเก็บเอาไว้ค่ะกลัวมันจะสึกเสียก่อน” คำตอบของหญิงสาวค่อยทำให้คริษฐ์รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ถ้าถอดออกพี่จะถือว่ารุ้งขอถอนหมั้นพี่นะ” “ก็ไม่ได้ถอนสักหน่อย แค่ถอดเก็บเอาไว้เฉย ๆ” “งั้นก็ใส่เสียสิ เดี๋ยวนี้เลย” คริษฐ์ถลึงตาใส่แกมบังคับ “ใส่ก็ใส่ค่ะ” คนพูดตัดพ้อเล็กน้อย แล้วหันไปหยิบกระเป๋าด้านข้างมาเปิดเพื่อหยิบแหวนหมั้นของตนออกมาสวมใส่ จากนั้นก็หันหลังมือให้เขาดู “พอใจหรือยังคะ” “ดี” “ว่าแต่พี่คริษฐ์มานั่งรอรุ้งทำไมคะ มีธุระสำคัญหรือเปล่า” หญิงสาววกมาหาคำถามแรกที่เธออยากรู้ แต่เขาดันจุดประเด็นเรื่องแหวนขึ้นมาแทรกเสียก่อน “แม่ให้พี่มาหาคู่หมั้นตัวเองบ้าง” ฟังเขาพูดแล้วรุ้งพรายชักเครียดขึ้นมาหน่อย ๆ “ถ้าคุณป้าพิมพ์ไม่บอกพี่คริษฐ์ก็คงไม่มาหารุ้งใช่ไหมคะ” “แล้วทำไมรุ้งถึงไม่ไปหาพี่เองบ้างล่ะ” “ก็รุ้งกลัวพี่คริษฐ์รำคาญ” บทสนทนาสิ้นสุดลงด้วยความเงียบด้วยกันทั้งสองฝ่าย คริษฐ์ถอนหายใจเบา ๆ ส่วนรุ้งพรายก็ก้มหน้าต่ำลง ทำไมถึงได้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก “พี่ไลน์หาอ่านแล้วทำไมไม่ตอบ” คริษฐ์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนหลังจากเงียบมาเกือบหนึ่งนาที “พอดีรุ้งมาอ่านตอนดึกแล้วไม่อยากรบกวนพี่คริษฐ์ค่ะ” “ตอบมาสักคำก็ยังดี อย่าทำเหมือนพี่ไม่มีตัวตนนะรุ้ง จำเอาไว้ด้วยว่าพี่เป็นคู่หมั้นของรุ้ง” “มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะคะพี่คริษฐ์” “อะไรกันที่ว่าไม่น่าจะเป็นแบบนี้” “รุ้งว่าเราถอนหมั้นกันดีกว่าไหมคะ ดูพี่คริษฐ์อึดอัดกับการหมั้นของเราเหลือเกิน ขนาดจะมาหารุ้งก็ต้องให้คุณป้าพิมพ์บังคับมาเลย” “แม่ไม่ได้บังคับพี่” “ไม่บังคับก็เหมือนบังคับนั่นแหละค่ะ ตั้งแต่ตอนเด็กแล้วพี่ คริษฐ์แทบไม่เคยขัดใจคุณป้าพิมพ์ได้เลย ถ้ามันเหนื่อยและยุ่งยากมากรุ้งขอถอนหมั้นไปเลยก็ได้ค่ะ” รุ้งพรายดึงแหวนออกจากนิ้วนางข้างซ้าย แล้ววางแหมะอยู่ตรงหน้าของเขา คริษฐ์มองแหวนมองคนแล้วอารมณ์ของเขาก็เดือดดาลขึ้น บทจะอยากได้ก็วิ่งตามติดเป็นเงา บทจะสลัดทิ้งก็ง่าย ๆ แบบนี้เหรอรุ้งพราย “ใส่กลับไปเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มแทบจะกัดฟันพูดออกมา “ไม่ค่ะ อ๊ะ! พี่คริษฐ์จะทำอะไรรุ้งไม่ใส่” รุ้งพรายถูกคริษฐ์กระชากมือมาแล้วจัดการสวมแหวนกลับที่เดิม “ใส่แล้วห้ามถอด ห้ามทำให้แม่พี่เสียใจรู้ไหม” “พี่คริษฐ์!”
like
bc
เอาคืน
อัปเดตเมื่อ Mar 31, 2022, 18:00
"เป็นชู้กับเมียผม งั้นเมียคุณผมเอา!" "ครับสวัสดี เอากับเมียผมสนุกไหมครับคุณ" เสียงทุ้มลึกแต่แฝงไปด้วยความอันตราย เปล่งออกมาให้คนที่อยู่ปลายสายรู้สึกหวาดหวั่น "คุณเป็นใคร" เสียงของอสิณดูร้อนรนขึ้นมา "อื้อ!" เพชรนรารีบเอามืออุดปากตัวเอง เมื่อสะโพกหนาของอาธารกดลงตรงกลางดอกกุหลาบแบบแรงๆ "นั่นเสียงอะไร แล้วคุณเป็นใคร" ปลายสายยังร้อนรนไม่เลิก "ผมก็แค่อยากโทรมาบอกนิดเดียวเองครับ" แต่อาธารกลับทิ้งคำพูดแบบปริศนาไว้ให้คิด "บอกอะไร" "เป็นชู้กับเมียผม งั้นเมียคุณผมเอา!"
like
bc
คืนยั่วรัก
อัปเดตเมื่อ Mar 31, 2022, 18:00
เธอแค่อยากเมาให้ลืมเขา ไม่ใช่เมาแล้วไปเข้าห้องคนอื่นแบบนี้ ความซวยจึงบังเกิด ความฉิบหายก็ตามมา ทว่าเรื่องบางอย่างก็อยู่เหนือความคาดหมายเหมือนกัน “คุณจะต้องเสียใจนะคุณแพร ถ้าคุณยังไม่หยุดลูบผมอยู่แบบนี้” เขาเตือนคนที่ลูบมือสะเปะสะปะไปทั่วร่างกายของเขา แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มยั่วใส่ ตาเยิ้ม ๆ แบบนี้บอกว่าเมาได้ที่แล้วแน่ ๆ เขาพยายามหักห้ามใจตัวเองเอาไว้ แต่แล้วแม่เจ้าประคุณกลับบนสะโพก ลงบนน้องชายเขาอย่างตั้งใจ “นี่คุณ ยะอย่า” ธีรเมทห้ามไม่ทัน เขาเผลอดันสะโพกเข้าใส่ตามความต้องการของร่างกาย ฝ่ามือนุ่ม ๆ ของหญิงสาวก็ไต่ไปตามซอกคอของเขา กระตุกผ้าคาดเอวเขาทิ้งเอาดื้อ ๆ “อกแน่น ๆ แบบนี้นี่เอง” พูดแล้วก็ลูบไล้มัดกล้ามเนื้อของเขาไปมา ซบหน้าตรงอกหนาของเขาอีก แค่นั้นยังไม่พอเล่นจูบใต้ราวนมอีกด้วย ธีรเมทสุดจะกลั้นใจได้อีกต่อไป ขนอ่อนเขาลุกชันไปหมดทั้งตัวแล้ว “ไม่ทนแล้วโว้ย” ธีรเมทพลิกตัวแม่จอมยั่วลงไปนอนอยู่ข้างล่างแทน ดึงชุดคลุมของตัวเองออกโยนทิ้งข้างเตียงไป “อ๋า” คนด้านล่างกัดปากนิด ๆ ส่งสายตาชื่นชมปนยิ้มยั่วมาหน่อย ๆ เขาแทบจะเป็นฝ่ายต้องอายเสียเอง รีบดึงชุดเดรสสีแดงสดออกจากตัวของอีกคนบ้าง (คืนยั่วรัก)
like
bc
ลมหายใจของตาย
อัปเดตเมื่อ Mar 31, 2022, 18:00
"ทำเป็นพูดดียกโน่นนี่มาอ้างที่แท้ก็ไม่มีปัญญาพาแฟนมาด้วย เป็นไงล่ะเลยมานั่งอิจฉาจ้องดาเสียตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าอย่างนี้งั้นสิ" พิธานพูดจบก็ดึงหญิงสาวด้านข้างเข้ามาหอมแก้มอวดเพื่อนรักให้กระอักหัวใจเล่น "อีโธ่ ทำมาเป็นอวดใครมันจะโชคดีมีของดีของตายอย่างแกล่ะ เรียกเมื่อไหร่ก็มาปฏิเสธสักครั้งก็ไม่เคย" "พอๆ เลิกพูดมาดื่มได้แล้วไอ้อั๋น" ศรันย์ราชไม่ได้คิดก่อนพูด และพิธานก็ไม่ได้ตำหนิในคำพูดของเพื่อน คนที่ต้องกระอักและหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจกลับเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ตรงนี้ ของตาย คำนี้ไม่เคยคิดถึงมาก่อน และการที่ผู้ชายสองคนนี้เอ่ยมันออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติ นั่นย่อมหมายความว่าในสายตาของพิธาน เธอเป็นแค่ ของตาย
like
bc
รักระทวย
อัปเดตเมื่อ Mar 31, 2022, 18:00
บุหรี่ เหล้า น้ำหอม เอรินแพ้หมด แต่เจ้านายคนใหม่ของหญิงสาวมีครบทุกสิ่งที่เอ่ยมา คนหนึ่งถูกทิ้งมาอีกคนชีวิตน่าเบื่อหน่าย เมื่อทั้งคู่มาพบเจอกันในวันเวลาที่เหมาะสม ความปรารถนาก่อตัวขึ้น เกิดเป็นเกลียวสวาทที่ตัดกันไม่ขาดอีกต่อไป “ริน” เสียงเรียกเนิบ ๆ ทำให้เอรินหยุดดิ้นรน เงยหน้าขึ้นมาก็เจอสายตาหยาดเยิ้มจากเขา สายตาที่เธอไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนลมหายใจจะติดขัดจากประโยคถัดมาของเขา “มาลองกันสักครั้งดูไหม” เอรินไม่เคยผ่านประสบการณ์ด้านความรัก แต่ด้วยอายุอานามหญิงสาว กลับมีความต้องการตามธรรมชาติของร่างกาย ทว่ายังไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนที่ถูกใจมาก่อน ต่างกับคริสเขาดูดีทุกอย่าง เพียบพร้อมไปหมด แต่เธอห้ามใจเอาไว้ไม่ให้หลงใหลได้ปลื้มเขา เพราะคิดว่าเขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าวันนี้เขากลับมายื่นข้อเสนอแบบนี้กับเธอ หญิงสาวคิดไม่ตกทำตัวเริ่มไม่ถูกแล้วเหมือนกัน เผลอยกมือขึ้นถูหลังหูแบบลืมตัว “ว่าไง” คริสขยับเข้ามานั่งชิดกับเอริน เขาดันปลายคางของหญิงสาวเข้ามาหา “ลองจูบดูก่อนก็ได้ ถ้าไม่โอเคก็ปฏิเสธผมจะหยุดทันทีดีไหม” เขาแนะทางออกให้เอริน “แบบนั้นรินก็ใจง่ายสิคะ” ใจหนึ่งของเอรินอยากลองอีกใจก็ขลาดกลัว “ผมก็ใจง่ายมีอะไรกับผู้หญิงง่าย ๆ หมดแหละ” รอยยิ้มเท่ ๆ จากเขาทำผู้หญิงละลายมาหลายคน แต่กับเอรินทำไมถึงได้ดูตื่นตะลึงไปหมดแบบนี้ หญิงสาวเม้มริมฝีปากเข้าออกเป็นจังหวะ จะพูดก็ไม่พูดอึกอักจนน่าหงุดหงิด “ผมไม่ใช่สเปกว่างั้น” “ไม่ใช่ค่ะ” เธอชอบเขาจะตายไป หล่อคมเข้มสูงยาวเข่าดีมีใครบ้างไม่ชอบ “งั้นทำไมไม่ลองดูล่ะ เราโต ๆ กันแล้ว เรื่องแบบนี้มันก็ปกติจะตายไป” คริสเปลี่ยนเสียงให้นุ่มทุ้มหูขึ้น ทำให้เอรินหน้าเห่อร้อน ยกนิ้วทัดเส้นผมตรงใบหูทั้งที่ไม่ได้มีลมพัดมาสักแอะเดียว เริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ กับสายตาที่เปลี่ยนไปของเจ้านาย “จูบ” คริสเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนฝ่ามือไปจับท้ายทอยของเอริน เขาดึงแว่นตาออกวางไว้บนโต๊ะ (รักระทวย)
like
bc
ดวงใจแค้นแสนรัก
อัปเดตเมื่อ Mar 31, 2022, 18:00
“น้องเอยกลับบ้านได้แล้วครับ” เสียงเรียกของคนด้านข้างทำให้คนที่นอนเหม่อหันหน้ามามองเขาอย่างงุนงง “คะพี่กันต์ ว่าอะไรนะคะเมื่อกี้นี้” พรธีราเอียงหน้าถามเขาเหมือนคิดว่าตัวเองฟังผิดไป “ค้างห้องพี่ไม่ได้นะครับ” นวินตอกย้ำในสิ่งที่เธอได้ยินก่อนหน้านี้ “เหรอคะ” หญิงสาวไม่คิดจะนอนค้างห้องของเขาอยู่แล้ว แค่แปลกใจทำไมเขาพูดเหมือนไล่หลังเสร็จสมอารมณ์หมายแบบนี้ “พี่ไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนค้างที่ห้องนี้ ไม่เว้นแม้แต่น้องเอยนะครับ” พรธีราเหมือนถูกเขาตบหน้าฉาดใหญ่ หญิงสาวดึงผ้าห่มขึ้นปิดเนินอกเอาไว้ มองเขาเหมือนคนแปลกหน้า สีหน้าและแววตาของเขาแตกต่างจากเดิม ราวกับหน้ามือหลังมือไม่มีผิ “ทำไมมองพี่แบบนั้นล่ะครับ” รอยยิ้มของคนพูดดูเจ้าเล่ห์จนอีกคนนึกใจเสีย หัวใจเต้นแรงเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตรงขมับ แล้วเอ่ยเสียงสั่น ๆ ออกมา “เอยนึกว่าเราเป็นแฟนกันเสียอีก” “หืม พี่เคยบอกแบบนั้นเหรอครับ” (ดวงใจแค้นแสนรัก)
like
bc
ละอองราคี
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 19:45
(ละอองราคี) เพราะการสูญเสียบุตรชายคนโตจากโรคร้าย ที่ติดมากับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ผู้เป็นมารดาจึงต้องการปกป้องทายาทคนสุดท้ายของบ้านทยารัย ให้พ้นจากภัยมืดที่แฝงเร้นอยู่ในหมู่ผีเสื้อราตรี ไหมฟ้า ประดับดาว...หลานสาวแม่บ้านจึงเป็นเป้าหมายเดียวที่นางต้องการ และด้วยบุญคุณท่วมหัวทำให้สองป้าหลานไม่อาจขัดความประสงค์ของผู้เป็นนายได้ ไหมฟ้าจำต้องกลายเป็นดาวประดับเตียงให้กับเขา...นคินทร์ ทยารัย "จะหวงอะไรกันนักหนา พี่เห็นไปจนถึงมดลูกแล้วมั้ง" เขาดุเสียงดัง ซ้ำยังเปรียบเปรยชนิดที่คนฟังรับแทบไม่ได้ "พูดจาน่าเกลียดจัง" คำต่อว่าของไหมฟ้าทำให้นคินทร์ฉุนโกรธขึ้นมา ยกมือขึ้นบีบปลายคางของหญิงสาว บังคับให้มองสบสายตาดุกร้าวของตน "ไหมฟ้า...เธอเป็นใครแล้วพี่เป็นใคร กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่พี่ ก็แค่...เมียเก็บ จำเอาไว้"
like
bc
หนี้เถื่อน
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 19:20
(หนี้เถื่อน) “คนสวยให้ผัวมาดักทำร้ายผมแบบนั้น ใจร้ายเกินไปไหม” “ผัว?” หญิงสาวงุนงงอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเข้าใจในเวลาต่อมา ไม่คิดว่าภากรจะกล้าแอบอ้างเป็นสามีของเธอได้ “ก็ใช่น่ะสิ ไอ้ผัวกับลูกสมุนอีกสองคนนั่น ผมเห็นนะพวกนั้นยืนคุยกับคุณที่ลานจอดรถ ที่แท้มีผัวแล้วก็ไม่บอก ไหนตาชมนักชมหนาว่าสวยอย่างโน้นสวยอย่างนี้ ที่สำคัญยังไม่มีแฟน อยากจะหัวเราะให้ฟันหักดันมีผัวเป็นตัวๆ มาเชียว” เขาโกรธขึ้นมาปุดๆ เพราะเจ็บทั้งใจเจ็บทั้งตัวในเวลาเดียวกัน “เอ่อ ไหนๆ คุณก็รู้แล้วว่าฉันแอบมีผัวไปแล้ว คุณก็อย่ามายุ่งกับฉันเลยนะ” บุญสิตาก็สวมรอยไปตามน้ำเผื่อเขาจะถือสาในเรื่องนี้ แต่ผิดคาดเพราะอีกคนนั้นแสยะยิ้มกลับคืนให้ “ผมไม่สนหรอกคุณว่าคุณจะมีผัวมาแล้วกี่คน ตอนนี้ผมแค่อยากหาที่ลง และคนคนนั้นก็ต้องเป็นคุณ คนที่ทำให้ผมต้องเจ็บตัวฟรีๆ แบบนี้นี่ไง” เขาชี้นิ้วใส่มุมปากที่ถูกต่อยจนแตกปริ
like
bc
พิศวาสร้าว
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 18:48
(พิศวาสร้าว) "อยากอยู่นักใช่ไหมมานี่เลย" เขาตามติดไปกระชากท่อนแขนของนวลหงให้เข้ามาใกล้ๆ เตียง "ปล่อยนะ!" อีกคนก็พยายามยื้อยุดฉุดสิ่งของที่อยู่ด้านข้าง นวลหงคว้าสะเปะสะปะจนไปแตะเข้ากับแจกันไม้สัก จังหวะนั้นศิงขรก็กระชากร่างของคนที่กำแจกันเอาไว้ให้เซไปด้านหน้า "โอ๊ย!" สิ่งที่อยู่ในมือของนวลหงจึงกระแทกเข้ากับขมับด้านข้างของเขาอย่างจัง มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะจุดที่ถูกแจกันกระแทก เลือดสีแดงสดบนปลายนิ้ว ทำให้ม่านตาของศิงขรขยายกว้างขึ้นด้วยความโกรธ "ไม่นะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" เมื่อเห็นหยดเลือดไหลออกจากศีรษะของเขา คนก่อเหตุก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมา มือหนาที่รวบมือของเธอเอาไว้กำแน่นมากขึ้นกว่าเดิม เจ้าของร่างสูงยืนแน่นิ่ง มีเพียงลมหายใจที่สะท้อนเข้าออกในจังหวะหนักหน่วงขึ้นตามอารมณ์ จากนั้นร่างของนวลหงก็ลอยเคว้งไปอยู่กลางเตียง แจกันไม้ในมือกระเด็นหลุดไปกระแทกกับผนังห้อง "คุณจะทำอะไรฉัน ไม่นะ!" นวลหงร้องห้ามคนที่กำลังดึงเสื้อยืดสีดำออกจากตัวของเธอ ศิงขรจับข้อเท้าของคนบนเตียงเอาไว้นั่นไม่ให้กระดิกหนีไปไหนได้ "คุณทำผมเลือดออก ถึงตาผมทำคุณเลือดออกบ้าง" เขาเค้นเสียงขู่ แม้จะดิ้นรนต่อสู้แค่ไหนแต่เรี่ยวแรงสตรีก็เป็นอันต้องพ่ายแพ้ต่อบุรุษ สิ่งที่ศิงขรทำอยู่จะทำให้เธอเลือดตกยางออกแบบไหนกัน คนกลัวได้แต่คิดกังวลไปไกล "คุณจะทำอะไร!" เสียงร้องด้วยความตกใจเมื่อเขากระชากกางเกงขาสั้นออกจากปลายเท้าของเธออย่างรวดเร็ว เจ้าของร่างใหญ่กระตุกสายรัดกางเกงชาวเลออก หยดเลือดที่ไหลจากขมับหยดแหมะลงบนแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแกร่ง เป็นภาพที่คนได้เห็นนั้นหัวใจแทบร่วงไปอยู่ตรงปลายเท้า "คุณห้ามเลือดก่อนไหม ว้าย!" ศิงขรไม่ฟังแม้แต่น้อย ก้าวขึ้นไปคร่อมร่างของนวลหงเอาไว้แน่น ก่อนจะผลักหัวไหล่ให้แนบลงบนที่นอนตามเดิม "แบบนี้ไม่เอานะ..."
like
bc
เมียเก็บจำเป็น
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
“แล้วไอ้ก้อนโตที่ว่ามันสักเท่าไหร่กันหวาน” “หวานต้องการใช้เงินสักสามแสนค่ะ” “หืม มากไปนะผมว่า” พอเป็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ทำไมชลธารถึงได้พูดคล่องปากแบบนี้นัก ถ้าไม่สัมผัสด้วยตัวเองว่าเพิ่งทำอาชีพนั้นครั้งแรก เขาคิดว่าหญิงสาวนั้นเจนจัดเรื่องนี้แน่นอน ชลธารก้มหน้าถอนหายใจเล็กน้อย หญิงสาวคิดว่าเขาคงไม่ยอมจ่ายแน่นอน แต่ถ้าไม่ราคานี้เธอก็คงยอมรับไม่ได้เหมือนกัน “ตกลง” คนถอดใจไปแล้วถึงกับเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ เธอหูฝาดไปหรือเปล่า “ผมบอกว่าตกลงไง มีอะไรเหรอ” “ตกลงคือสามแสนนะคะ” “ก็ใช่ไง” “หวานขอรับเป็นเงินสดก่อนได้ไหมคะ” เมื่อโอกาสมาถึงเธอก็อยากจะคว้าเอาไว้ เห็นเขาหัวเราะหยันเธอเล็กน้อย แต่ก็พอเข้าใจได้ไม่ยาก ตอนนี้เธอคงเหมือนคนหิวโหยเงินในสายตาของเขา “หวานถ้ามากแบบนั้น คุณต้องมาเป็นเมียเก็บผมเลยนะ ไม่เอาแบบรายครั้ง” ธีร์พูดเชิงรำคาญ ในความมักมากของหญิงสาว “เมียเก็บ” ชลธารทวนคำพูดเขาเบา ๆ มันจะต่างกันตรงไหน มันก็ขายตัวเหมือนกันนั่นแหละ (เมียเก็บจำเป็น)
like
bc
คลื่นรักอสูร
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
เพราะเธอขึ้นเรือผิดลำ คลื่นร้ายจึงซัดแทบกระเจิง “เธอมันก็แค่ผู้หญิงขายตัว จะมาทำเล่นตัวเรื่องมากไม่ได้รู้ไหม ต่อให้เป็นสินค้าด้อยคุณภาพยังไงก็เถอะ ก็ต้องหัดรู้จักตามใจแขกบ้าง แต่นี่อะไรหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ คนสอนไม่บอกหรือยังไงว่าไอ้ละครเล่นตัวนี่มันน่ารำคาญไม่ได้ดึงดูดลูกค้าเลย” บารเมษฐ์ต่อว่าพร้อมกวาดสายตามองเหยียดหยามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนคลายมือออกจากปลายคางอย่างช้า ๆ “ฉันไม่ได้มาขายตัวสักหน่อย” คนได้รับอิสรภาพรีบบอกเขา “หืม” เขาทำหน้าไม่เชื่อ “ฉันแค่ขึ้นเรือผิดลำ ฉันไม่ได้มาขายตัวจริง ๆ คุณอย่าทำอะไรฉันเลยนะคะคุณบารเมษฐ์” วินาทีนี้เธอกลัวเขามากกว่าใครบนเรือลำนี้เสียอีก เลยเลือกที่จะบอกความจริงกับเขาไป “ขึ้นเรือผิดลำ?” คนพูดหรี่ตาลงอย่างสงสัย “ใช่ค่ะ ฉันขึ้นเรือผิดลำจริง ๆ” “แบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะสองคนในห้องเครื่องนั่นถึงได้ลุกลี้ลุกลนนัก” บารเมษฐ์นึกไปถึงท่าทางของอนุชิตกับธาวิน ซึ่งดูเหมือนมีเรื่องเป็นกังวลอยู่ตลอดเวลา “คุณรู้แบบนี้แล้วก็ปล่อยฉันไปเถอะคุณบารเมษฐ์ อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ” นีนนาราขอความเห็นใจจากเขา แต่สายตาที่เขามองกลับมานั้นมันว่างเปล่าชอบกล “รู้อะไรไหมนีนเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของฉันเลย เธอเป็นคนอยู่ผิดที่ผิดทางเอง เพราะงั้นเธอก็ต้องรับสภาพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เองเหมือนกัน” “ห้ะ คุณ นี่คุณ คุณทำไมเป็นคนไม่มีเหตุผลแบบนี้” หญิงสาวต่อว่าเขา ก่อนจะหน้าซีดหน้าเซียวลง เพราะเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของเขาบ่งชัดว่าคืนนี้เธอไม่รอดแน่ “ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!” นีนนาราดิ้นหนีเขาก็จับกดลงที่เดิม “งานก็คืองานนะคนสวย มาขายตัวก็คือมาขายตัว อย่าทำเสียเรื่องสินีน” บารเมษฐ์ย่อมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่แล้ว เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนอีกแน่ “ก็บอกว่าไม่ใช่ยังไงล่ะ ว้าย!” (คลื่นรักอสูร)
like
bc
รักซ้ำรอย
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
(รักซ้ำรอย) “ก่อนทำเรื่องนี้พี่ขอถามน้องภาสักข้อได้ไหม” ธาวิศพูดแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาคนบนเตียง “ได้ค่ะ” นิภาก้มหน้ายามตอบ ธาวิศทิ้งสะโพกลงนั่งด้านข้าง พร้อมกับดันปลายคางของหญิงสาวให้ขึ้นมองหน้าเขา “น้องภาเต็มใจใช่ไหม” แววตาของคนถูกถามสั่นระริกไปมา ปากจิ้มลิ้มก็ขยับขึ้นลงเหมือนคนคิดไม่ออกว่าควรตอบอย่างไร “น้องภาพี่ถามว่าเต็มใจใช่ไหม หรือว่าถูกคุณยายบังคับ” คราวนี้ธาวิศเน้นน้ำหนักเสียงมากขึ้นกว่าเดิม “ภาเต็มใจค่ะ” หญิงสาวตอบเขาแล้ว แต่เป็นคำตอบที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง “ไม่ได้ถูกบังคับแน่นะ” “ค่ะ ภาไม่ได้ถูกบังคับ ภาเต็มใจค่ะพี่ภูมิ” ธาวิศกัดฟันกรอดในคำตอบที่เขาไม่ปรารถนาจะได้ยิน ออกแรงผลักหน้าอกนิภาจนล้มลงไปนอนอยู่บนเตียง ปลดกระดุมเสื้อนอนของตนเองออกทีละเม็ด โดยที่สายตาก็ยังจดจ้องอยู่กับคนตรงหน้า “ระหว่างเรามันจะไม่มีความผูกพันอะไรกันทั้งนั้น เราทำเรื่องนี้ก็เพื่อคุณยาย เสร็จจากนี้ไปพี่ก็จะกลับกรุงเทพฯ ไปใช้ชีวิตกับคนรักของพี่ตามเดิม ภายังรับได้อยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดจบก็ทิ้งเสื้อนอนลงบนพื้น คนบนเตียงก็ยังเม้มริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่น คำตอบไม่มาสักทีเขาเลยต้องเลิกคิ้วขึงตาใส่ “ค่ะภารับได้” คำพูดที่เปล่งออกมาช่างเบาหวิว คงไม่ต่างไปจากอารมณ์ของคนพูด “รับได้ก็ดี อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน ไม่งั้นพี่เอาตายแน่” ธาวิศทาบร่างตัวเองลงบนลำตัวของนิภา มองจุดหมายแรกที่จะเริ่มต้นทำรัก ประทับจูบลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มของหญิงสาว สัมผัสแรกของทั้งคู่ช่างตราตรึงในความรู้สึก จากที่จะจูบเพียงแผ่วเบากลายเป็นแทรกลึกดูดดื่มขึ้นตามอารมณ์
like
bc
รอยราคิน
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
(รอยราคิน) “อรุณนารี! ฉันยอมทะเลาะกับปู่ก็เพื่อเธอ จะหย่ากับเพียงจันทร์ก็เพื่อเธอ ยอมแม้กระทั่งจะไม่เอาสมบัติสักชิ้นของฟาร์มชาลีก็เพื่อเธอ แต่เธอกำลังจะไปจากฉันเธอทำได้ยังไง หัวใจเธอทำด้วยอะไร!” ชาลเขย่าคนที่ตัวเองตะครุบเอาไว้จนเส้นผมกระจาย อรุณนารีได้ฟังแล้วก็หนาวเหน็บไปทั้งหัวใจ “คุณชาลปล่อยรุณเถอะคุณเมาแล้ว” เสียงร้องขอช่างน่าสงสาร แต่ตอนนี้ชาลกำลังผิดหวังอย่างรุนแรง เขาทุ่มทุกอย่างให้อรุณนารีแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันช่างเจ็บปวดจนเกินจะรับไหว “เธอรู้ไหมรุณคนรักมาก มันก็มักจะแค้นมาก” น้ำเสียงที่ถูกเค้นออกมาบ่งบอกถึงความเจ็บปวดของคนเอ่ยได้เป็นอย่างดี “คุณชาลคุณเมามากแล้วปล่อยรุณก่อนเถอะ เอาไว้ให้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันนะคะ” น้ำตาไหลหยดพร้อมกับขอร้องให้เขาปล่อย “หึ ปล่อยให้เธอหนีจากฉันไปนี่นะ...ไม่มีทาง!” “ว้าย!” ร่างของอรุณนารีถูกผลักให้ลงไปนอนบนเตียง ชาลตามมาคร่อมทับอย่างรวดเร็ว เขาหยุดมองคนที่ตัวเองคร่อมเอาไว้ทั้งร่างด้วยสายตาเย็นชา อรุณนารีเห็นแล้วก็น้ำตาไหลพรากในทันที “เธอจะต้องเป็นของฉันคนเดียว อรุณนารี”
like
bc
จอมโจรไฟมาร
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
(จอมโจรไฟมาร) หื่น โหด เหี้ยม นั่นแหละเขา ไฟมาร!!! "เป็นเมียข้าไม่น่ากลัวสักนิด เมียข้าเจ้าชื่ออะไร" ไฟมารถามขณะที่สายตากวาดมองทั่วร่างงามของนางราวกับจะประมาณว่า ถ้าเลยลงไปส่วนอื่นมันจะงามล้ำปานใด "ตอบ! " เขาตะคอกเมื่อนางไม่ยอมปริปากบอกออกมา "กอพเยีย" นางรีบร้อนตอบด้วยความกลัว "กอ-พะ-เยีย ใครมันช่างตั้งชื่อให้เรียกยากเพียงนี้" ไม่พูดเปล่ามือสากก็เคลื่อนไปดึงมือของนางออกจากอกงามอย่างช้าๆ "มะ...ไม่ อย่า...ทำข้าเลย" น้ำเสียงสั่นเครือร้องขอน้ำตาก็ปิ่มจะย้อยหยดออกจากเบ้า "ข้าบอกแล้วไง ว่าเป็นเมียข้าไม่น่ากลัวสักนิด" ไฟมารยิ้ม หาได้ใส่ใจต่อคำขอของนางไม่ เคลื่อนตัวเข้าหาอีกคนอย่างช้าๆ "ไม่! " ด้วยความกลัวกอพเยียถึงกับกรีดร้องออกมาดั่งคนเสียสติ ยกมือทุบตีหน้าอกของจอมโจรเป็นพัลวัน "ยอมดีๆ ไม่ชอบนะกอพเยีย" ไฟมารคำรามด้วยความโมโหในอาการคล้ายคนจิตกระเจิงของนาง กดนิ้วลงบนต้นแขนนุ่มสุดแรงเกิด "โอ๊ย ไอ้คนชั่ว! ไอ้ถ่อย! " นางลืมกระทั่งความกลัว ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ถูกกระทำต่ำช้าถึงเพียงนี้ น้ำตาพังทลายออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าด้วยความเจ็บ
like
bc
มัจจุราชสีดำ
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
(มัจจุราชสีดำ) ความแค้นของเขาเป็นดั่งเปลวไฟ ก่อนลุกลามไหม้เป็นพายุเพลิง เมื่อได้ล่วงรู้ว่า ผู้หญิงที่อีกฝ่ายส่งมาให้แก้แค้นนั้นเป็นแค่...ตัวปลอม! "ส่งแม่บ้านมาแทนมณีศิลา มันชักจะดูถูกกันเกินไปแล้ว" ปืนที่ซ่อนเอาไว้อยู่ใต้หมอน ถูกดึงออกมาแล้วเล็งไปยังหน้าผากของลารี "..." คนที่ถูกปืนจ่อตรงขมับถึงกับอ้าปากค้าง มองดูปลายกระบอกปืน ด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ "..." ต่างคนต่างเงียบอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นลารีก็เป็นฝ่ายหลับตาลงอย่างช้าๆ ถ้าชีวิตของเธอจะดับสิ้นเพราะการตอบแทนบุญคุณของนางมณีมาศ หญิงสาวก็พร้อมจะรับมันด้วยความเต็มใจ ปัง! ปัง! ปัง! เขม่าควันจากปืนยังลอยกรุ่นออกมาจากปลายกระบอก ครองภพจ้องมองดูรอยพรุนของกระสุนปืน ที่ฝังลงยังหมอนใบที่อยู่ข้างตัวของลารีด้วยความเคียดแค้น ไม่ช้าเสียงฝีเท้าของสมุนที่อยู่รอบๆ บริเวณบ้าน ก็วิ่งกรูกันขึ้นมาด้วยความตกใจ "ไม่มีอะไรออกไปให้หมด! " เขาตะโกนสั่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเหล่านั้นย่ำเดินอยู่หน้าห้อง ไม่เกินหนึ่งนาทีฝีเท้าเหล่านั้นก็เงียบหายไป "ถ้าตายเลยมันก็คงง่ายเกินไป ฉันมันเป็นประเภทชอบดูคนอื่นทรมานก่อนตายเสียด้วยสิ" น้ำเสียงเหี้ยมของเขา ทำให้ลารีลืมตาโพลงขึ้นมาในทันใด กวาดสายตามองดูรอบกายตัวเอง ก็ไม่พบร่องรอยของบาดแผลใด ตุบ! เขาโยนกระบอกปืนในมือทิ้งลงพื้นข้างเตียงนอน แล้วจัดการกระตุกกางเกงออกจากร่างอย่างรวดเร็ว ลารีถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตื่นกลัว ไม่ได้ตายด้วยปืนก็คงต้องตายด้วยร่างกายอันแสนจะกำยำ แลดูน่ากลัวของเขาเป็นแน่แท้ และก่อนจะได้ทันคิดอะไรต่อไป แผงอกกำยำร้อนรุ่มดั่งไฟก็ทาบลงยังร่างนิ่มของตัวเอง ทรวงอกอวบหยุ่นจมหายมิดไปกับแผ่นอกหนาของเขา จากนั้นริมฝีปากที่ช้ำจากรสจูบก่อนหน้านี้ ก็ถูกบดขยี้อย่างป่าเถื่อน เรียวลิ้นร้ายกาจแทรกซอนเข้าสู่ภายในอย่างรวดเร็ว รุกรานล่วงล้ำความหวานฉ่ำอย่างโหดร้าย ครองภพฉกจูบดูดซับปากอิ่มอย่างหื่นกระหาย ไม่ได้ด้วยรสสิเน่หาแต่มาด้วยแรงแห่งโทสะ
like
bc
เมียร้อนจำยอมรัก
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
(เมียร้อนจำยอมรัก) "หัวใจ ความรัก และภักดี เขาจะเลือกอย่างไหน" “ไอ้เพชรแกเอาไป นี่เมียแก!” หญิงสาวที่อยู่ในชุดนอนมีร่องรอยฉีกขาด ถูกผลักเข้าไปในกระท่อมเก่าซอมซ่อของพัชระหรือทุกคนเรียกกันว่า เพชร ซึ่งเป็นเพียงช่างคนหนึ่งในไร่ชาของที่นี่ “คุณจันทร์นี่มันอะไรกันครับ” เจ้าของหนวดเคราครอบหน้าหันไปมองคนบนพื้นแล้วหันมาถามนางจันทร์นิล ด้านหลังก็มีลูกน้องของเจ้านายอีกสองคน “นังอ้อนมันร่านไง มันมาอ่อยผัวลูกสาวฉัน ไอ้เพชรฉันยกนังอ้อนให้แกจัดการ” นางจันทร์นิลชี้นิ้วใส่ลูกเมียน้อยของสามีอย่างจงเกลียดจงชัง “จัดการยังไงครับคุณจันทร์” พัชระได้ยินว่าคนที่ตนแอบรักถูกทำร้าย แววตาของเขาก็ประกายแข็งกร้าวขึ้นด้วยความโกรธ “ก็จัดการมันให้เป็นเมียแกซะ เดี๋ยวนี้เลย!”
like
bc
อ้อมสิเน่หาจอมบาป
อัปเดตเมื่อ Feb 26, 2022, 17:00
(อ้อมสิเน่หาจอมบาป) “ฉันดูแลเธอดีขนาดนี้ แต่เธอมันเลี้ยงไม่เชื่องบีจี!” ถุงใส่ยาบำรุงครรภ์ลอยละลิ่วผ่านหน้าของหญิงสาวที่กำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนโซฟาไปกองอยู่บนพื้นห้อง “บอกมาไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร” แอลถึงกับสติขาดสะบั้นกับเรื่องที่ได้รับรู้มา รับไม่ได้ที่มินจันทร์ตั้งท้องได้สี่สัปดาห์ นั่นหมายความว่าก่อนที่จะมาอยู่กับเขาหญิงสาวต้องเคยมีความสัมพันธ์กับชายอื่นมาก่อน แอลไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกโกรธมากมายขนาดนี้ “ฉันไม่รู้” คนใจเสียส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา เธอจะไปรู้ได้อย่างไรว่าไอ้ผู้ชายในค่ำคืนนั้นเป็นใครในเมื่อไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันแบบชัดเจน “ร่านขนาดนี้ยังกล้ามาทำตัวไร้เดียงสาใสซื่อกับฉันอีกนะบีจี ทั้งที่ข้างในเน่าเฟะไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
like