มินตรา (35) คือแม่เลี้ยงที่เข้าใจและตามใจ ไฟน์ (18) ลูกชายคนเดียวของสามีตั้งแต่วัยเด็ก ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใช่แม่ลูก แต่คือ เพื่อนสนิท ที่พูดกันได้ทุกเรื่อง... แม้แต่เรื่องที่ใต้สะดือที่สุด"แม่เลี้ยง" ตามใจ "ลูกเลี้ยง" ที่หื่นกามที่สุดในโลก ทุกการกระทำที่ล่วงเกิน มินตราไม่เคยห้าม เธอแค่หัวเราะ
เพราะ 'มิ้ง' ดันเกิดอยากจะทำธุระขึ้นมาตอนกลางดึก 'พี่เจ' กับ 'ฮาร์ท' ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเลยอาสาเดินไปห้องน้ำด้วยกัน แต่ใครมันจะไปคิด... ว่านั่นจะทำให้พวกเราต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดกระอักกระอ่วน อย่างการเล่นเสียวของเพื่อนซึ่งเป็นประธานค่ายกับผู้ใหญ่บ้านแบบนี้กัน! หนังสดก็เล่นอยู่ด้านนอก แต่พวกเราสามคนกลับต้องมาเบียดกันอยู่ในตู้เก็บของแคบ ๆ แบบนี้ ถ้าไม่เงี่ยนก็ตายด้านแล้วไหม! จะว่าไป... ไอ้ของแข็ง ๆ ที่ดันหน้าดันหลังกันอยู่ตอนนี้นี่มันอะไร? ทำไมพี่เจกับฮาร์ทถึงพยายามบดมันใส่เธอจัง? “เสียงเธอแม่ง... น่าเอาชะมัดเลย” “พี่ไม่ไหวแล้วมิ้ง... เงี่ยนจะตายอยู่แล้ว ขอยืมต้นขาเราหน่อยนะ”
เมื่อคนสองคนที่ ไม่ได้รักกัน กลับต้องถูกผูกมัดด้วยคำว่า สามีภรรยา และใช้ชีวิตอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน ในบ้านที่มีเพียงเขากับเธอ * คีริน ทายาทมาเฟียวัย 30 ปี ชายหนุ่มผู้เย็นชา ร้ายลึก และเอาแต่ใจแบบเงียบๆ * อะตอม นักศึกษาสาววัย 22 ปี เด็กแสบตัวแม่ ที่ความดื้อและความเอาแต่ใจไม่แพ้ใคร จากการแต่งงานที่ไร้หัวใจ สู่สมรภูมิแห่งศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นเมื่อไม่มีใครยอมใคร เรื่องราววุ่นๆจึงเริ่มต้นขึ้นในบ้านหลังนี้ สุดท้ายแล้ว ระหว่างมาเฟียเย็นชา กับเด็กสาวแสนแสบ ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้หัวใจก่อนกัน
มรดกชิ้นเดียวที่แม่มอบให้ก่อนตาย คือขอย้ายลี่หลิน ลูกสาวคนเดียวของตัวเองเข้าสู่ตระกูลหลง การแต่งงานมีผลทันทีหลังสิ้นงานศพ ทว่ามันกลับไม่ใช่สิ่งที่ลี่หลินเห็นดีเห็นชอบด้วยแม้แต่นิด และไม่เพียงแค่เธอคนเดียวที่คิดแบบนั้น เพราะผู้นำตระกูลหลงอย่างมังกร ก็คิดเช่นเดียวกับเธอ...
แต่งงานแบบคลุมถุงชนโดยที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ จะให้ฉันรักเธอลงได้ยังไง ....... "อ๊ะ! จะ...เจ็บ!" อัยย์วาก็รู้สึกตกใจสุดขีด แต่ในความตกใจก็มีน้อยกว่าความเจ็บปวดที่ได้รับ เพราะแขนเรียวของเธอก็ถูกมือแกร่งบีบแน่นจนแทบน้ำตาเล็ด "เธอจะมาโอดโอยอะไรไม่ทราบ วันนี้ทั้งวันเธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ แค่แก้วใบเดียวเธอก็ยังไม่ล้างเลย คิดจะมาอยู่ที่นี่เฉย ๆ หรือยังไง" "ฉะ...ฉันขอโทษค่ะคุณเดร็ก แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ ถ้าจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ" มือแกร่งก็คลายออกจากต้นแขนของอัยย์วา โดยที่ได้ฝากรอยมือไว้บนแขนอย่างเด่นชัด เพราะอัยย์วามีผิวที่ขาวใสกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นแบบฉบับของสาวภาคเหนือส่วนใหญ่ที่มักจะมีผิวขาวใสเป็นส่วนมาก เวลาที่โดนอะไรนิดหน่อยก็มักจะทำให้เกิดรอยได้ง่าย ที่ต้นแขนของอัยย์วาก็ปรากฏรอยมือของเดร็กอย่างชัดเจน "เรื่องแค่นี้จะต้องให้ฉันบอกทุกเรื่องเลยหรือไง คิดเองทำเองไม่ได้เลยว่างั้น? อ้อ...จริงสินะ เธอมันเป็นลูกคุณหนูนี่นา คงจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีแต่คนคอยปรนนิบัติอยู่ตลอดเวลาสินะ ถึงได้ทำอะไรไม่เป็นแบบนี้ แต่ขอโทษด้วย ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ อย่ามาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นแค่ผู้อาศัย อย่าคิดว่าฉันจะมาคอยนั่งเอาใจคนที่ทำอะไรไม่เป็นแบบเธอนะ" "เดี๋ยวฉันจะไปจัดการที่ครัวตอนนี้เลยค่ะ" "มันไม่ใช่แค่ครัวอย่างเดียวหรอกนะ อยู่เฉย ๆ ทั้งวันทำไมไม่ทำความสะอาดบ้านด้วย ฉันไม่ชอบความสกปรกเข้าใจหรือเปล่า ถ้าคิดจะมาอยู่เฉย ๆ อย่างสุขสบายที่นี่ล่ะก็ ฝันไปเถอะ! ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ เพราะฉะนั้นก็หัดทำตัวให้มี ประโยชน์ซะบ้างนะ" อัยย์วารู้สึกจุกอยู่ในใจจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะพยักหน้ารับคำแล้วเดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว เพล๊ง! เสียงวัตถุบางอย่างแตกกระทบกับพื้นเสียงดังจนได้ยินไปถึงในห้องรับแขก สีหน้าของอัยย์วาก็ซีดเผือดทันที หลังจากที่พลาดทำของตกแตกเสียหาย ร่างสูงของเดร็กก็โผล่เข้าไปในครัวห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนอัยย์วาก็ยืนตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก "กะ...แก้วมันลื่นหลุดมือฉันน่ะค่ะคุณเดร็ก" "แค่ให้ล้างแก้วใบเดียว เธอก็ยังทำมันตกแตกอีก นี่ฉันถามจริง ๆ เถอะ เธอเคยทำอะไรเป็นบ้างหรือเปล่า" อัยย์วาก็รีบส่ายหน้ายอมรับเพราะเธอไม่เคยทำอะไรจริง ๆ แม้แต่ล้างจานสักใบเธอก็ยังไม่เคยแตะเลยด้วยซ้ำ "ฉันไม่เคยทำเลยค่ะ แต่ฉันเคยเห็นแม่บ้านทำอยู่ ก็พอจะรู้บ้างว่าต้องล้างยังไง แต่มันดันลื่นหลุดมือไปน่ะค่ะ" "ฉันก็อุตส่าห์จะไม่อะไรกับเธอแล้วนะ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยนี่มันจะเกินไปไหม ครอบครัวฉันก็ไม่ใช่ระดับไก่กาหรอกนะ แต่ฉันก็ยังทำทุกอย่างเองได้เลย แค่ล้างแก้วใบเดียวก็ยังทำแตก นี่ฉันควรจะต้องรู้สึกยังไงกับเธอดี" "ฉันขอโทษค่ะ แล้วฉันจะชดใช้ให้นะคะ" "มันไม่ได้เกี่ยวหรอกว่าเธอควรจะชดใช้หรือเปล่า ถึงฉันจะไม่ได้คาดหวังให้เธอมาทำอะไรให้ก็ตาม แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นถึงขนาดนี้ แค่การล้างแก้วล้างจานมันก็เป็นเรื่องพื้น ๆ ไหม ขนาดเด็กอนุบาลยังทำได้เลย แต่แค่นี้เธอยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องทำความสะอาดบ้าน เรื่องซักผ้าล่ะ คงยิ่งแล้วใหญ่เลยสินะ" "ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ส่วนเรื่องทำงานบ้านกับซักผ้า ฉันยอมรับว่าไม่เคยทำจริง ๆ แต่ฉันก็จะพยายามเรียนรู้และทำให้ได้ค่ะ" "ถามจริง ๆ นะ อยากได้เงินถึงขนาดต้องยอมหมั้นเพื่อจับผู้ชายเลยงั้นหรือ? เพราะไม่เคยลำบากก็เลยอยากหาทางลัดเพื่อให้ได้เงินงั้นสินะ ลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแบบเธอ ยังจะกล้าแต่งงานออกเรือนกับผู้ชายอีก สามีภรรยามันก็ต้องส่งเสริมกันและกันสิ แต่นี่อะไร...ขนาดฉันก็ยังทำงานบ้านเป็นเลย เธอเป็นผู้หญิงแท้ ๆ ไม่อายบ้างเลยหรือไงเนี่ย" อัยย์วาพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง เพราะทุกประโยคที่คนตรงหน้าพูดมันคือเรื่องจริงทุกอย่าง อัยย์วาไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาเพราะกลัวน้ำตาจะไหล จึงได้แต่ยืนฟังนิ่ง ๆ โดยเก็บซ่อนความรู้สึกเสียงไว้ให้มากที่สุด "มาอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้อีก ต่อไปก็อย่าให้ฉันเจอแบบนี้อีกแล้วกัน อ้อ...อย่าลืมเก็บกวาดให้สะอาดด้วย" "ค่ะ" ... ทั้งสองคนก็นั่งรับประทานอาหารบนโต๊ะไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ ส่วนอัยย์วาก็รู้สึกทรมานทุกครั้งเวลาอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะเธอไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดจัดได้ จึงได้แต่ยกแก้วน้ำดื่มตามอยู่ตลอดจนเดร็กรู้สึกรำคาญใจ "จะกินข้าวหรือกินน้ำก็เลือกเอาสักอย่างสิ ทำอะไรหลายสิ่งวุ่นวายน่ารำคาญจริง ๆ เลย" "กับข้าวมันเผ็ดมากเลยค่ะ ขนาดทานน้อยก็ยังเผ็ดมาก ถ้าฉันอยากจะขอปรับให้มันเผ็ดน้อยลงกว่านี้จะได้ไหมคะ" "ทำไมฉันจะต้องปรับในสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย แล้วอีกอย่างนะ นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ก็อย่าเรื่องมาก ที่นี่ไม่มีคนที่จะคอยนั่งทำอะไรตามใจเธอหรอกนะ ทำเป็นกินเผ็ดไม่ได้ แล้วตอนเช้าไม่เรียกว่ากินหรือไง ดัดจริตน่ารำคาญจริง ๆ ฉันเคยบอกแล้วนี่ ถ้าไม่ไหวก็กลับเชียงใหม่ไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นภาระให้กับฉัน" อัยย์วาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินคำว่า ตัวภาระ ทุกประโยคที่เขาเอ่ยออกมาเธอก็พอจะรับฟังได้ แต่ประโยคสุดท้ายก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาทันที "ฉันพูดแค่นี้ก็ร้องไห้ซะงั้น แล้วฉันพูดอะไรผิด จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องครอบครัวฉันสินะ จะไปฟ้องว่าฉันรังแกเธองั้นหรือเปล่า" "ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะร้องไห้นะคะ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง" "จะกินหรือจะร้องไห้ก็เลือกเอาสักอย่าง เห็นหน้าเธอทีไรก็ไม่เจริญอาหารสักที กลับจากถ่ายละครมาก็โคตรจะเหนื่อย กลับมาแล้วก็ยังมาเจออะไรที่บั่นทอนจิตใจอีก รู้ตัวบ้างก็ดีนะว่าเธอมันตัวปัญหาและสร้างภาระให้ฉันมากแค่ไหน" ร่างสูงก็วางช้อนส้อมกระทบกับจานเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องด้วยความหงุดหงิดใจ ส่วนอัยย์วาก็น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้เจ้าของบ้านไม่พอใจมากขนาดนี้ ใบหน้าใสของอัยย์วาแดงก่ำ ดวงตากลมโตแดงช้ำด้วยความเสียใจ ก่อนจะกุมท้องแล้วร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนเพราะรับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป
เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่เดินเข้ามาในชีวิตเขา...แต่เธอคือ ‘คนเดียว’ ที่ทำให้เขายอมเปลี่ยนตัวเองจากเสือ...กลายเป็นแมว... “ตั้งแต่เจอเธอ... ชีวิตผมก็ไม่ต้องการอะไร ไอ้แสบ...ของพี่เสือ” เธอคือความสดใสที่แสบซ่า... ‘พายอาร์’ เด็กสาวตัวเล็กจอมซน ขี้เล่น เจ้าของรอยยิ้มพิชิตใจเสือ เขาคือ ‘ไทเกอร์’ ...หรือที่เธอเรียกว่า ‘พี่เสือ’ พี่ว้ากสุดแซ่บ หล่อ รวย ดุ โหด กวนประสาท และเจ้าเล่ห์ ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจใคร... แต่เมื่อได้เจอเธอ ‘พายอาร์’ โลกของพี่เสือก็เปลี่ยนไป...
เขาดีกับคนทั้งโลก ยกเว้น "เธอ" ... เพี๊ยะ! มือเล็กออกแรงและสาดฝ่ามือใส่ใบหน้าใสของเยลลี่เต็มแรง จนเยลลี่หน้าหันไปตามแรงตบของเจ้าของรถคันนั้น เยลลี่รู้สึกถึงความเจ็บและชาจากฝ่ามือของผู้หญิงเจ้าของรถหรู พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่เต็มปาก เยลลี่รีบยกมือไหว้และก้มศีรษะขอโทษทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องชุลมุนนี้ทั้งหมด "ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ ฉันแค่จะหลบลูกแมวที่วิ่งออกมาบนถนน ก็เลยเบรกกะทันหันและเสียหลักไป ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ" เยลลี่มองดูรถหรูที่ด้านหน้าของรถยุบลงไปมาก ก่อนจะมีบุรุษพยาบาลนำคนขับออกจากรถแล้วพาคนเจ็บขึ้นรถฉุกเฉินไปเพราะได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าใสสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด "เดี๋ยวเธอต้องเคลียร์กับฉันที่นี่ห้ามหนีไปไหนล่ะ เธอคงรู้นะว่ามูลค่าความเสียหายมันมากมายแค่ไหน เรื่องรถมันไม่ได้สำคัญเลย แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอเป็นต้นเหตุทำให้พวกเราต้องเสียงานที่สำคัญไป เธอจะรับผิดชอบยังไงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เดี๋ยวได้รู้กัน!" ผู้หญิงใบหน้าสวยเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง แล้วเดินไปหาผู้ชายที่นั่งมาด้วยอีกคนที่กู้ภัยพาออกมาจากรถ ร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคมหล่อเหลา กำลังก้มหน้าคุยกับผู้หญิงร่างเล็กคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ใบหน้าของชายคนนั้น เยลลี่รู้สึกคุ้นมาก ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่พอนึกได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีทางที่จะรู้จักกับผู้ชายแบบนั้นแน่ ๆ เพราะดูจากลักษณะภายนอกและการแต่งตัวแล้ว เธอกับเขาไม่น่าจะเคยรู้จักกันได้เลย แถมผู้ชายคนนั้นยังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ดึงดูดสายตาเธอ รอบตัวของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้ "เดี๋ยวกำลังจะให้คนแถวนี้เรียกวินมอเตอร์ไซต์ให้ คิดว่าน่าจะไปถึงที่งานทันนะเกรย์ ตะกี้ฉันให้คนปิดข่าวเรื่องอุบัติเหตุแล้วล่ะ ตอนนี้ถ้าให้คนเอารถยนต์มารับก็คงไปถึงที่งานไม่ทันแน่ เห็นว่าถนนเส้นหลักที่จะไปที่นั่นรถก็ติดมาก แล้วตอนนี้สภาพร่างกายนายไหวหรือเปล่า" "ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พอเดินลงจากรถเท่านั้นแหละ เพิ่งรู้สึกได้ว่าข้อเท้าน่าจะไม่ไหว คิดว่ายังไงก็คงไปเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้แล้วล่ะ เพราะแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ตอนนี้ก็เต็มกลืนแล้ว" "แย่ล่ะสิ แล้วนี่จะเอายังไงต่อดีล่ะ ถ้าไม่มีนักร้อง แล้วคอนเสิร์ตมันจะเริ่มได้ยังไง นายต้องเดินต้องวิ่งไปทั่วเวทีใหญ่เลยนะ เพราะยัยหน้าจืดคนนั้นเลยที่ทำให้เราวุ่นวายกันหมด อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาแล้วเนี่ย ไม่ทันแล้วสินะ" "ตอนนี้เอาเป็นว่าเรียกประกันให้มาจัดการรถก่อน แล้วโทรบอกเจ้าพวกนั้นถึงสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย ส่วนเราก็ไปที่งานกันก่อนเถอะ อ้อ...แล้วอย่าลืมลากตัวยัยนั่นมากับเราด้วยล่ะ ยัยผู้หญิงตัวซวยคนนั้นที่ทำให้งานคอนเสิร์ตของฉันต้องพังไม่เป็นท่าแบบนี้น่ะ" ... "จะทำยังไงดีนะ เงินก้อนนี้ต้องเก็บไว้เป็นค่าเทอมของแยมเทอมหน้าด้วยสิ แล้วเราก็ไม่มีรายได้ด้วย เงินเก็บที่มีก็แทบจะไม่เหลือ ยังไงก็ต้องลองขอดูแล้วล่ะนะเยลลี่ ไม่มีอะไรจะต้องเสียแล้วนี่นา ตอนนี้ต้องเป็นห่วงยายก่อน ถึงจะต้องโดนดุก็ต้องยอมล่ะนะ" ก่อนที่จะออกไปทำงานตามตารางเหมือนทุกวัน เยลลี่ก็ยืนมองคนตัวสูงที่กำลังสวมรองเท้าอยู่ทางด้านหลังของเขา พอร่างแกร่งสวมรองเท้าเสร็จ เยลลี่ก็รีบกลั้นใจเรียกคนตรงหน้าทันที "คุณเกรย์คะ!" เยลลี่เรียกชื่อของเกรย์เสียงดังอย่างลืมตัว ก่อนจะคว้าแขนแกร่งไปตามสัญชาตญาณเพื่อให้เขาหยุด พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของคนใบหน้าหล่อเหลาแล้ว เยลลี่ก็รีบปล่อยมือออกอย่างรวดเร็ว "มีอะไร! เรียกเสียงดังอยู่ได้!" "เอ่อ...คือว่าฉันอยากจะขอรบกวนเวลาคุณเกรย์นิดหน่อยได้ไหมคะ พอดีมีเรื่องที่อยากจะคุยด้วยน่ะค่ะ" "เวลานี้เนี่ยนะ!" "ค่ะ…แค่นิดเดียวจริง ๆ นะคะ ขอร้องล่ะค่ะ" "มีอะไรก็ว่ามา เธอรู้หรือเปล่าว่าเวลาของฉันทุกนาทีมีค่าแค่ไหน ไม่ได้มีไว้ให้เธอมาถามนี่ถามนั่นได้ตลอดหรอกนะ" "คือว่า...เอ่อ...คือถ้าฉันอยากจะขอเบิกเงินเดือนแรกทั้งหมดหนึ่งแสนบาทก่อนได้ไหมคะ ฉันมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินก่อนนั้นจริง ๆ ค่ะ นะคะคุณเกรย์ แค่เดือนเดียวเท่านั้นจริง ๆ นะคะ แล้วฉันจะไม่ขออะไรจากคุณอีกเลย" "อะไรนะ! ขอเบิกเงิน? ขนาดนี้แล้วเธอยังจะหน้าด้านขอเงินอีกงั้นหรือ? เธอลืมขอตกลงไปแล้วหรือไง ฉันให้เธอทำงานฟรีไม่โดยไม่จ่ายค่าแรง ฉันจำได้ว่าเคยบอกเธอไปชัดเจนแล้วนะ แล้วนี่มันอะไรกัน! ทำไมเธอถึงได้หน้าด้านมาขอขนาดนี้" "ฉันมีความจำเป็นจริง ๆ ค่ะ ฉันสัญญาว่าฉันจะรบกวนแค่เดือนนี้เดือนเดียวก็พอ นะคะคุณเกรย์ ฉันขอร้องนะคะ ฉันจำเป็นต้องมีเงินก้อนนั้นจริง ๆ จะให้ฉันกราบคุณก็ได้นะคะ" "เธอจะเป็นยังไงจะเดือดร้อนอะไรมันก็เรื่องของเธอสิ ทำไมฉันจะต้องมารับรู้ด้วย ทำงานยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ยังจะกล้ามาขอเงินเดือนจากฉันหน้าด้าน ๆ อีก แล้วเธอมีสิทธิ์ต่อรองอะไรด้วยหรือไง รู้สถานะของตัวเองในตอนนี้ดีหรือเปล่าว่าเธออยู่ที่นี่ในฐานะอะไรน่ะ!" "ฉันทราบดีค่ะว่าไม่ควรที่จะมาต่อรองอะไรกับคุณเลยด้วยซ้ำ ฉันสัญญาจริง ๆ ค่ะว่าฉันจะไม่ขออะไรคุณอีกแล้ว ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวจริง ๆ นะคะ" "ถ้าเธอยังจะมาพูดเรื่องไร้สาระให้ฉันได้ยินอีกล่ะก็ เธอก็ไปนอนที่คุกได้เลย จะบอกให้ก็ได้นะว่า…ฉันไม่ให้! เงินแค่แสนเดียวสำหรับฉันมันเล็กน้อยมาก แค่แสนเดียวยังไม่พอซื้อรองเท้าข้างเดียวเลยด้วยซ้ำ ความจริงฉันจะให้เธอไปเลยก็ได้ แต่ที่ฉันไม่ให้เพราะฉันเกลียดเธอไง สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับฉันอย่าคิดว่าฉันจะลืมไปง่าย ๆ ล่ะ ฉันก็กำลังคิดบัญชีกับเธออยู่นี่แหละ เอาให้เธอทุรนทุราย ทรมานไปแบบนี้แหละคือความสุขของฉันล่ะ แค่นี้เธอเข้าใจแล้วหรือยัง ว่าฉันไม่ให้!" เยลลี่น้ำตาคลอกับคำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของคนตรงหน้า ก่อนจะกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหล ก่อนจะมองมือหนาที่ผลักประตูออกไป แล้วเธอก็รีบสูดหายใจให้เข้าลึก ๆ ให้ใจเย็นลง ก่อนจะเดินตามเขาออกจากห้องไป ตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงแค่นี้เท่านั้น
มาตาลดา คุณหนูทายาทร้านเพชร สาวสวยวัย 22 ปี ดีไซเนอร์เพชรฝีมือดี กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบริษัทเครื่องเพชรชื่อดัง เธอมีอนาคตที่สดใส และความรักที่เหมือนจะมั่นคง จนกระทั่งวันที่เธอจับได้ว่าแฟนหนุ่มซึ่งเป็นคุณหมอรูปหล่อ แอบนอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง โลกของเธอพังลงอย่างกะทันหัน เหลือเพียงความเจ็บปวดที่อยากลืมให้เร็วที่สุดคืนนั้น เธอเดินเข้าสู่ผับหรูด้วยหัวใจแตกสลาย ผู้จัดการผับเห็นเธอนั่งซึมเลยเสนอหนุ่มตัวท็อปของร้านให้เธอในราคาเพียงคืนละ 6,000 บาท ซึ่งในความมึนชาและสิ้นหวัง มาตาลดาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนั้นจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาลชายคนนั้นไม่ใช่เด็กของผับ แต่คือ ฌาลัลล์ เซอร์เลส หนุ่มหล่อวัย 28 ปี เจ้าของผับ และมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนจากสายตาคนนอก เขาเห็นเธอครั้งแรกในสภาพหญิงสาวตัวเล็กบาง สวยหยาดเยิ้ม และบางอย่างในตัวเธอทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของเขาไหวสะท้าน ความเข้าใจผิดว่าเขาคือตัวท็อปของผับทำให้เธอกอดเขาแน่นจนไม่ยอมปล่อยในคืนนั้น เธอถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกของเขาอย่างไม่ทันรู้ตัว ความเมา ความอ่อนแอ และแรงปรารถนาที่โอบล้อมทำให้เธอตกเป็นของชายแปลกหน้าโดยไม่ทันระวังตัว และภายใต้เงามืดของอำนาจ เธอถูกพาไปเซ็นเอกสารสำคัญทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เอกสารนั้นคือ ทะเบียนสมรสลับ ที่มีชื่อเธอและเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตาลดาหนีจากเขา หวังว่าจะจบทุกอย่างไว้แค่คืนนั้น และกลับไปใช้ชีวิตในบริษัทตามเดิม แต่เมื่อเธอเดินเข้าที่ทำงานในวันรุ่งขึ้น CEO คนใหม่ของบริษัทก้าวเข้ามาในบริษัท และใบหน้าของเขาคือชายเมื่อคืน ฌาลัลล์ เชอร์เลส สามีลับของเธอ ผู้ชายที่ตั้งใจจะไม่ยอมปล่อยเธอไป เธอถูกเขาจองให้มาเป็นคุณนายเซอร์ ตั้งแต่คืนแรกที่เร้าร้อน
เขาหนุ่มหล่อเงียบขรึม เจ้าชู้ตัวพ่อ ด้วยความเงียบๆคลูๆแบดๆของเขา ยิ่งทำให้ผู้หญิงเข้าหาเพิ่มอีกเท่าตัว แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความเงียบนิ่งนั้น เขากลับมีภรรยาอยู่แล้ว ส่วนเธอสาวสวยหมวยเอ็กซ์ที่เป็นที่หมายตาของผู้ชาย เธอสวยเธอน่ารัก เธอสดใส มีผู้ชายเข้ามาจีบไม่ซ้ำหน้า แต่แล้วชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เมื่อเธอต้องแต่งงานกับไอ้บ้าเงียบขรึมจอมเย็นชา แถมเป็นเสือที่เขี้ยวเล็บยาวเสียด้วย ถึงแม้จะมีข้อตกลงก่อนแต่ง แต่เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
เรื่องย่อ 'โอนิซึกะ คามิ' คือน้องสาวยากูซ่า แค่ได้ยินนามสกุล ผู้ชายที่ดาหน้าเข้ามาจีบก็เผ่นแน่บ สาวน้อยน่ารักอย่างเธอจึงเปล่าเปลี่ยวหัวใจมาทั้งชีวิต แม้แต่เพื่อนสนิทยังมีแฟนมาเย้ยให้เจ็บใจเล่น กระทั่งได้พบกับพ่อหนุ่มตรงไทป์อย่าง 'วินซ์' ในผับ เขาใจดีและโคตรจะโซฮ็อต คนอยากมีผัวจนตัวสั่นอย่างเธอมีหรือที่จะปฏิเสธ แต่ดันมารู้ทีหลังว่าเขามีแฝดชื่อ 'วิคเตอร์' คนแรกก็สุดจะเพอร์เฟกต์ อีกคนก็ดุดันกร้าวใจ ความรักอัตราส่วนแบบ 2 : 1 จึงเริ่มขึ้นแบบลับๆ วาสนาสาวโสดมายี่สิบเอ็ดปีแบบเธอ สุภาษิตที่ว่ารักพี่เสียดายน้องไม่เกิดขึ้นกับคามิแน่นอน เพราะเธอจะเอาทั้งพี่และรักทั้งน้องแบบไม่ต้องมีใครเสียใจ “มึงไม่ได้บอกยัยนี่เหรอ ว่าเราจะทำแบบสามคน” “บอกแล้ว” “คามิมัวแต่หลงคนหล่ออะ ไม่ทันได้ฟัง” “แล้วเธอจะเอาไง ไปหรือเปล่า” “ไปสิ”