“พี่แพรไหม!” เสียงเรียกสดใสดังขึ้นบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ พาขวัญเร่งฝีเท้าเข้ามาหาพี่สาว เส้นผมขยับตามแรงเดิน ขณะที่มือข้างหนึ่งกระชับสายกระเป๋าบนไหล่ไว้ “ว่าไง” แพรไหมหันมาตามเสียง มองน้องสาวที่เดินมาหยุดตรงหน้าด้วยสีหน้ารอคำตอบ “พี่แพรจะกลับเลยไหมคะ” หญิงสาวถามพลางมองพี่สาวอย่างมีความหวัง แต่แพรไหมกลับส่ายหน้าเล็กน้อย “ยัง…แกกลับก่อนเลย” “แต่ว่า…” พาขวัญขยับปากเหมือนยังมีเรื่องอยากพูด ทว่าพี่สาวกลับพูดขึ้นก่อน “ฉันจะกลับกับพี่พีท แกกลับไปก่อนเลย” เมื่อได้ยินชื่อคนที่จะมารับ พาขวัญก็เม้มริมฝีปากนิดๆ ก่อนพยักหน้ารับ แม้สีหน้าจะยังดูเหมือนอยากอยู่รอกลับพร้อมกันก็ตาม บทสนทนาของสองสาวที่ดังขึ้นบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้เรย์เหลือบมองหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาหาแพรไหมชายหนุ่มนั่งอยู่ไม่ไกลนัก จากที่กำลังฟังเพื่อนคุยกันอย่างเบื่อๆ สายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคนมาใหม่ ความคล้ายกันของสองสาวทำให้เขามองสลับระหว่างทั้งคู่ ก่อนเอนหลังพิงพนักอย่างสบายอารมณ์ไม่ต้องให้ใครบอก เขาก็พอจะรู้ว่าเธอคือพาขวัญ น้องสาวของผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดจะหยุดความเจ้าชู้และจริงจังด้วย แต่สุดท้ายแพรไหมกลับเลือกผู้ชายคนอื่น ทิ้งให้เพลย์บอยตัวท็อปอย่างเขากลายเป็นเรื่องขำของเพื่อนอยู่พักใหญ่ แค่นึกถึงเสียงหัวเราะและคำแซวในตอนนั้น เรย์ก็กดปลายลิ้นกับกระพุ้งแก้ม แม้ใบหน้าจะยังดูเฉยๆ แต่แววตากลับมีความหงุดหงิดแทรกขึ้นมานิดหนึ่ง เรย์ไม่ได้เจ็บที่ไม่ได้เธอมาเป็นแฟนเขาแค่… เสียหน้า และคนอย่างเขาเรียกได้ว่า เสียเงินไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อคนที่เคยมั่นใจว่าตัวเองจะจีบติด กลับเลือกเดินไปหาผู้ชายอีกคน ปล่อยให้เขาต้องฝืนหัวเราะรับมุกของเพื่อน ทั้งที่ในใจไม่ได้รู้สึกขำด้วยเลยสักนิด สายตาคมจึงเลื่อนไปมองสาวน้อยตรงหน้าอย่างพิจารณา ใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมโต ผิวขาวอมชมพู ยิ่งอยู่ในชุดนักศึกษาที่ท่อนล่างนุ่งโจงกระเบนสีแดง ยิ่งทำให้เธอดูสวยสะดุดตาและแตกต่างจากผู้หญิงที่เขาเคยเจอตอนที่เธอเอียงหน้าฟังพี่สาว เรย์มองเห็นแก้มเนียนกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ท่าทางเหมือนไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ไม่ได้งอแงหรือเซ้าซี้ต่อ กลับยืนฟังอย่างว่าง่ายจนเขาเผลอมองนานกว่าที่ตั้งใจก่อนเรย์จะนึกขึ้นได้ว่า น้องสาวของแพรไหมเรียนอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏศิลป์ไทย น่าสนใจดีแฮะ… ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ความเบื่อหน่ายเมื่อครู่ค่อยๆ หายไป ขณะที่สายตายังคงจับอยู่บนใบหน้าหวานของเธอตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย ผู้หญิงแทบทุกแบบ ทุกคณะ เขาเคยผ่านมาหมดแล้วยกเว้น… สาวนาฏศิลป์อย่างเด็กคนนี้ มุมปากของเรย์ยกขึ้นอย่างนึกสนุก ก่อนความคิดอยากเอาคืนจะผุดขึ้นมาในหัวเขาเหลือบมองแพรไหมอีกครั้ง แล้วหันกลับมาสนใจน้องสาวของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ ชัดขึ้น ราวกับเพิ่งเจออะไรที่ทำให้วันธรรมดาวันหนึ่งน่าสนใจขึ้นมาได้ “ลองจีบน้องมันดูสักหน่อย…ก็น่าสนุกดี” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เสียงพูดคุยของเพื่อนยังดังอยู่ข้างหู แต่ตอนนี้เรย์แทบไม่ได้สนใจแล้ว ในหัวเริ่มคิดว่าจะหาโอกาสเข้าไปทำความรู้จักกับเธอได้อย่างไร ตอนแรกก็แค่อยากลองอะไรที่ไม่เคยลอง ส่วนเรื่องเอาคืนพี่สาวของเธอ… ถือเป็นกำไร แค่คิดว่าแพรไหมจะทำหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าน้องสาวกำลังคบกับเขา ชายหนุ่มก็แทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ คนที่เคยปฏิเสธเขาคงไม่ได้มองเรื่องนี้แล้วรู้สึกเฉยๆ และเขาตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรกว่า เมื่อไรที่ทำให้พาขวัญตกหลุมรักเขาได้ เมื่อนั้นเกมก็จบ สายตาของเรย์เลื่อนกลับไปยังหญิงสาวอีกครั้ง เธอยังยืนคุยกับพี่สาวโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใคร และยิ่งไม่รู้ว่ารอยยิ้มของผู้ชายที่นั่งอยู่ไม่ไกลนั้นมีความคิดอะไรซ่อนอยู่ เพราะสำหรับเสือผู้หญิงอย่างเรย์ การทำให้ผู้หญิงสักคนหลงรักไม่ใช่เรื่องยากที่ผ่านมา แค่เข้าหาให้ถูกจังหวะ พูดให้ถูกใจ และทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ ทุกอย่างก็มักเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ จนเรย์แทบไม่คิดเผื่อไว้เลยว่าครั้งนี้อาจต่างออกไปแต่เขาคงลืมไปว่า… ต่อให้เกมนี้เขาเป็นคนเริ่ม ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนชนะ
[ลบ ล้าง ทะลวง กฎ] หลาน แลก มรดกของวงตระกูลไม่ให้ตกเป็นของผู้อื่น | เงิน แลก อิสระและความปลอดภัยของชีวิต "ผมได้...คุณได้ เราต่างก็ได้ทั้งคู่ พอถึงเวลานั้น...ก็ทางใครทางมัน" "ตกลงค่ะ แต่ระหว่างนั้นคุณห้ามไปนอนกับคนอื่น เพราะฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร" "ตกลงตามนั้นครับ" ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรับศึกหนักหน่อยก็แล้วกัน แล้วถ้าสุดท้ายมันไม่ได้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกล่ะ? เขาจะยอมแหกกฎของหัวใจ หรือจะเลือกปล่อยเธอไปเมื่อภารกิจสิ้นสุดลง
ข้าวเจ้า! เด็กสาวที่มีนิสัยร่าเริง พูดเก่ง ชอบเฮฮาปาร์ตี้ แต่ไม่ชอบคนที่มักจะดูถูกคนอื่น ข้างในลึกๆภายในใจเธอมีความเศร้าซ่อนอยู่ ข้าวเจ้าเด็กสาวที่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็กทำให้เธอต้องอยู่กันเพียงลำพังกับพี่สาวอย่างข้าวหอม ใครจะไปรู้จู่ๆวันหนึ่งทำให้เธอได้มารู้จักกับนินิวเพื่อนบ้านที่เชียงใหม่จนทำให้พวกเธอสนิทกันถึงขั้นที่นินิวรับเป็นน้องสาวและจะส่งเสียเธอเรียน นั่นทำให้เธอต้องพบเจอกับเฮียนาว พี่ชายตัวดีของนินิว ผู้ชายที่เจ้าชู้ เสือตัวพ่อ โหดสัสรัสเซีย แต่มันทำให้ข้าวเจ้าต้องลำบากใจ เพราะข้าวเจ้ารู้ดีว่าเฮียนาวนั้นไม่ชอบเด็กแบบเธอ เฮียนาวจะนำพาซึ่งความเจ็บปวดในรูปแบบไหนมาให้เธอ ต่อไปนี้ข้าวเจ้าต้องเจอกับอะไรบ้างต้องคอยติดตามกันแล้วแหละ
เมื่อเน็ตไอดอลสาวที่มีผู้ติดตามหลักล้าน ชีวิตของเธอเรียกได้ว่า มาไกลจริงๆ จากเด็กสาวธรรมดาพลิกผันตัวเองจนดังในเวลาไม่กี่ปี เเต่ความดังมันมาพร้อมกับข่าวคาว คนรักมีคนเกลียดก็มี ถึงเธอไม่ไปหาเรื่อง เรื่องก็มาหาเธออยู่ดีเพราะความริษยาของใครบางคนทำลายชื่อเสียงเธอจนเธอเกือบดับ เธอเลยต้องหาทางออกเเละหาที่เพิ่ง เเละเขาคือคนนั้น“ ที่เธอเลือก ” เเต่เธอไม่รู้เลยว่าคนที่เธอเลือกนั้น เขาเป็นคนที่อันตรายที่สุดเพราะเขาคือ เจ้าพ่อมาเฟียที่อายุน้อยที่สุด
“อย่าคิดว่ายอมนอนด้วยแล้วฉันจะยกย่องเธอ... เธอเป็นได้แค่ของเล่นแก้ขัดเท่านั้นแหละ!” นั่นคือคำตราหน้าจาก 'อคิน' เฮดว้ากเครื่องกลสุดเถื่อน ที่มีต่อ 'พาย' เฟรชชี่สาวที่ยอมมอบให้เขาทั้งตัวและหัวใจ เธอทนอยู่ในมุมมืด ยอมเป็นของตายให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีสารพัด จนกระทั่งฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อเขาควงคนอื่นมาเย้ยถึงเตียง! ในเมื่อความรักมันไร้ค่า... ของตายชิ้นนี้ก็จะขอเดินจากไปแบบสวยๆ พร้อมควงเดือนสถาปัตย์คนใหม่ให้มันรู้แล้วรู้รอด! แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า ราชสีห์ที่เคยปากดีไล่เธออย่างกับหมูกับหมา... วันหนึ่งจะต้องมาคุกเข่าตากฝน กอดขาอ้อนวอนร้องไห้ขี้มูกโป่งเพื่อขอโอกาสจากเธอ! หึ... ตอนมีอยู่ไม่รักษา ตอนนี้อยากจะมาขอคืนดีงั้นเหรอ? ต่อคิวเป็นทาสรับใช้ไปก่อนก็แล้วกัน!
รวมเรื่องสั้นสุดเสียวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง ร่านขึ้น ร้อนขึ้น หลากหลายอารมณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผัวตัวดีที่อยากเห็นเมียเล่นเสียวกับชายอื่น คุณหนูสาวกับลุงคนสวน คู่รักสวิงกิ้ง พี่สะใภ้คนสวย พี่เขยจอมหื่น สาวใช้สอนเสียว ลุงยามประจำหอพัก ฯลฯ และอีกมากมาก ทั้งหมดนี้ใน รวมเรื่องเร่า(ร้อน) เร้าอารมณ์ #3
เพราะอยากหลบหนีจากความวุ่นวายของตระกูล ทำให้ทายาทมาเฟียอย่าง ‘ฮาเปอร์’ ต้องใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายในรั้วมหาลัย แต่ใครจะไปคิดว่าความหน้าตาดีของเขาจะสะดุดตาลูกคุณหนูบ้านรวยอย่าง ‘มาร์เบล’ จนเธอตั้งใจว่าจะจีบหนุ่มวิศวะคนนี้ให้ได้ จากชีวิตที่เคยสงบ ฮาเปอร์กลับต้องรับมือกับหญิงสาวที่ขยันหาข้ออ้างสารพัดเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ เขาทำเฉย เธอก็ชวนคุย เขาไม่สนใจ เธอก็ยิ่งอ้อน จนคนที่ไม่คิดจะเปิดใจให้ใครเริ่มเผลอมองหาเธอโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เพื่อนเตือนแล้วว่าเขาลึกลับและอันตราย ไหนจะข่าวลือหนาหูว่าเขาพัวพันกับมาเฟีย แต่มาร์เบลกลับมองว่าเขาน่าสนใจ ยิ่งมีเรื่องที่เขาไม่ยอมบอก เธอก็ยิ่งอยากรู้จัก เธอเตรียมใจมาแล้วว่าผู้ชายคนนี้อาจจีบยาก แต่ไม่ได้เตรียมใจเลยว่าเมื่อจีบติด เขาจะหวงเธอจนแทบไม่เหลือเค้าหนุ่มวิศวะผู้เฉยชา “ตอนจีบฉัน เธออ้อนเก่งกว่านี้นี่”
รวมเรื่องสั้นของสามสาว สามสไตล์ กับความสัมพันธ์ที่มาในรูปแบบของแดดดี๊ขา, พี่ชายไม่แท้, และคุณอาไม่แท้ ที่จะขนความแซ่บมาให้คุณฟินจนติดใจ แทบจะวางมือไม่ลงกันเลยทีเดียว [1.เรื่องย่อ หนูขาอย่าซนสิคะ] +++เด็กซนที่ขี้อ้อนคนนี้ นอกจากจะทำให้แดดดี๊ปวดหัวบนแล้วยังทำให้ปวดหัวล่างจนกักเก็บความอดทนเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป จนต้องจัดการยัยเด็กซนซะให้หลาบจำ ***สปอย "แด๊ด...ฮึก...แด๊ดจูบหนูทำไม?" เจ้าขาทั้งสับสน ตกใจ และในขณะเดียวกันกลับรู้สึกใจเต้นแรงแปลก ๆ จากที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาอินทัชไม่เคยแม้แต่จะยอมแตะต้องตัวเธอเลย หากแต่วันนี้เขากลับจูบเธอ จูบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน หนักหน่วง และแฝงด้วยห้วงอารมณ์บางอย่างที่เกินจะคาดเดา "ถ้าอยากจะใช้หนี้สามแสนมากนัก ไม่ต้องมาไลฟ์สดโชว์เนื้อหนังมังสาให้ผู้ชายคนอื่นดูหรอก แค่ขึ้นมาร่อนบนตัวแด๊ดคนเดียวก็พอแล้ว" "…?" _____________________________________________ 2.เรื่องย่อหนูขาอย่ายั่วสิคะ ก็เด็กมันยั่ว ก็เลยหลวมตัวไปหน่อย ทั้งยั่วทั้งอ่อย งานนี้ใครไหวไปก่อนแต่พี่ปริญกรณ์ไม่ไหวจ้าาา ***สปอย "อ๊ะซ์! แยม อย่าเล่นแบบนี้" ปริญกรณ์เริ่มตาเยิ้ม ลมหายใจของเขาเริ่มหอบกระเส่า หัวใจเต้นแรงอย่างผิดจังหวะ "ทำไมคะ พี่มีอารมณ์เหรอ งั้นให้หนูปรนเปรอให้ไหมคะ" โยนิตาแปลงร่างเป็นสาวขี้ยั่ว จากนางเอกหน้าจอผู้แสนดี แต่ตอนนี้สิ่งที่เธอกำลังปฏิบัติอยู่นั้น ไม่ต่างจากนางร้ายละครหลังข่าวที่จ้องจะกินตับพระเอกด้วยการยั่วยวนเขา "พอแล้วแยม อึก...อ่า อย่าxxxแบบนั้น" _________________________________________________ 3.เรื่องย่อ หนูขาอย่าอ่อยสิคะ ***เรื่องย่อ บันนี่แอบชอบคุณอาเพื่อนของคนเป็นพ่อมานานแสนนาน กระทั่งได้มีโอกาสที่เธอจะได้ชิดใกล้กับอาเกื้อแบบตามลำพัง งานนี้เธอจึงไม่พลาดอ่อยเขา แม้อาเกื้อจะทำท่าไม่ได้สนใจเธอก็ตาม แต่ด้วยความน่ารักปนเซ็กซี่นิด ๆ ของบันนี่ ทำให้ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เตียงนอนของอาเกื้อก็แทบลุกเป็นไฟทุกคืนวัน _________________________________________
“กฎข้อแรก ห้ามรัก… แต่คนที่ตั้งกฎ คือคนที่ผิดสัญญาก่อน” เขาซื้อเธอด้วยเงินแปดแสน เธอขายให้เขาทุกอย่าง ยกเว้นหัวใจ และกว่าเขาจะรู้ว่านั่นคือสิ่งเดียวที่อยากได้ มันอาจสายเกินไปแล้ว คืนนั้นฝนตก ป้ายไฟนีออนสีม่วงคำว่า VELVET สะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนเปียกฝน เพลงแดนซ์กระแทกเข้ามาถึงซี่โครงตั้งแต่ยังไม่พ้นประตูกระจกสีดำด้าน บนโซฟาหนังสีดำรูปตัวยูในโซนวีไอพีชั้นลอย มีผู้ชายสี่คนนั่งอยู่ สี่คนที่สาวๆ ทั้งมหาวิทยาลัยเรียกว่า “สี่ทิศ” วิศวะเครื่องกล ปีสี่ ที่เดินเข้าโรงอาหารทีไร ทุกสายตาต้องหันไปมอง และคนที่นั่งตรงกลาง คือคนที่อันตรายที่สุด คิน — ธีรภัทร วงศ์ทวีกุล อายุยี่สิบสอง สูงร้อยแปดสิบเจ็ด ไหล่กว้าง เอวสอบ รูปร่างลีนแน่นแบบนักมวย ผมดำสนิทเส้นหนาปัดเปิดหน้าผาก กรามคมเหมือนสลัก ริมฝีปากได้รูปที่แทบไม่เคยยิ้ม เสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสองเม็ดบน แขนเสื้อพับถึงศอกจนเห็นเส้นเลือดพาดตามท้องแขน นาฬิกาเรือนหนาหน้าปัดดำบนข้อมือซ้าย แก้ววิสกี้น้ำแข็งก้อนกลมในมือ และดวงตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ที่นิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำในบ่อลึก ทายาทคนเดียวของวงศ์ทวีกุลกรุ๊ป ตระกูลที่ฉากหน้าคือท่าเรือและธุรกิจขนส่ง ส่วนฉากหลังนั้น ไม่มีใครกล้าพูดถึงเสียงดัง ผู้ชายที่ผู้หญิงครึ่งมหาวิทยาลัยอยากได้ และอีกครึ่งที่เหลือได้แต่แอบมอง เขาพูดน้อย สั่งด้วยคำเดียว และมีกฎที่ทุกคนรู้ เขาไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนเป็นครั้งที่สอง ส่วนเธอ ไม่ควรได้เหยียบเข้ามาในโลกใบนั้นด้วยซ้ำ ข้าวหอม อายุสิบเก้า เด็กทุนบัญชีปีหนึ่งจากอำเภอสันทราย เชียงใหม่ ผิวขาวเนียนแบบสาวเหนือที่แดงง่ายจนลามถึงใบหู ตาโตกลมใสแจ๋ว ขนตายาวงอนโดยไม่ต้องดัด ริมฝีปากอิ่มสีชมพูธรรมชาติที่ทาเพียงลิปบาล์มสี่สิบเก้าบาท ผมดำยาวตรงสลวยถึงกลางหลังที่ไม่เคยผ่านการทำสี เอวคอดเล็ก ขาเรียวยาว สวยโดยไม่ต้องแต่งแม้แต่นิดเดียว คืนนั้นเธอสวมเดรสสีครีมเปิดไหล่ “ตัวเดียวที่มี” กับรองเท้าคัทชูส้นเตี้ยที่หัวถลอก ในกระเป๋ามีสมุดบัญชีปกสีฟ้าที่จดทุกบาททุกสตางค์ เพราะพรุ่งนี้เธอต้องเข้ากะเจ็ดโมงที่ร้านชาไข่มุกหน้ามอ เธอสั่งน้ำเปล่า แล้วสายตาเรียบเฉยคู่นั้นก็กวาดผ่านทุกคน… และ หยุด อยู่ที่เธอ “ลุก” เขาบอกผู้หญิงที่นั่งเบียดอยู่ข้างกายโดยไม่หันไปมอง แล้วปลายนิ้วยาวก็เคาะลงบนเบาะหนังที่ว่างอยู่สองครั้ง “นั่ง” คืนเดียวกันนั้นเอง โทรศัพท์ของเธอสั่นตอนเกือบตีหนึ่ง น้องต้น น้องชายวัยสิบสองขวบที่ป่วยเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เกิด ต้องผ่าตัดด่วนภายในเดือนนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด แปดแสนบาท เธอไม่รู้เลยว่า จากโซฟาสีดำตัวนั้น มีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองแผ่นหลังที่สั่นเทาของเธออยู่ตลอดเวลา และเจ้าของดวงตาคู่นั้น เพิ่งตัดสินใจบางอย่างที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล “ผมจ่ายให้ทั้งหมด ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่ารักษาต่อเนื่อง ทุกบาท ไม่ต้องคืน” “แลกกับอะไรคะ” “เธอ” ลมหายใจอุ่นร้อนกลิ่นวูดดี้ปนวิสกี้เฉียดผ่านริมฝีปากเธอ “เป็นของผม จนกว่าผมจะเบื่อ” “หนูไม่ได้ขายตัวค่ะ” “ทุกคนขายอะไรสักอย่าง” เขาตอบโดยไม่กะพริบตา “เธอขายแรงวันละสิบสองชั่วโมง ขายเวลานอน ได้มาไม่ถึงหกหมื่น น้องเธอมีเวลาไม่ถึงเดือน เธอคิดว่าจะขายอะไรต่อ” เธอเซ็นสัญญาบนกระดาษสีงาช้างหนาสองหน้า ด้วยปากกาหมึกซึมสีดำของเขา ข้อ 1 ห้ามรัก ข้อ 2 ห้ามหึง และห้ามถามเรื่องผู้หญิงคนอื่น ข้อ 3 ห้ามมีผู้ชายอื่นตลอดอายุสัญญา ข้อ 4 ความสัมพันธ์นี้เป็นความลับ ข้อ 5 สัญญาสิ้นสุดเมื่อฝ่ายที่หนึ่งบอกว่าเบื่อ โดยไม่มีคำถาม เธออ่านมันสองรอบ ตาหยุดอยู่ที่ข้อหนึ่งนานกว่าข้ออื่น แล้วเกือบหัวเราะ แต่เด็กสาวที่ยอมขายร่างกายเพื่อน้อง ไม่ได้ขายศักดิ์ศรีไปด้วย เธอยื่นเงื่อนไขกลับไปด้วยเสียงที่สั่นแต่หลังตรง ขอให้สัญญาไม่เกินหนึ่งปี ขอเรียนและทำงานต่อ ห้ามทำให้อับอายต่อหน้าคนอื่น และเงินทุกบาทที่เขาให้ เธอจะจดลงสมุดปกสีฟ้า แล้ววันหนึ่งจะใช้คืนจนหมด “ตอนเช้าหนูยังเป็นข้าวหอมคนเดิม” เธอสบตาเขาตรงๆ “พี่ซื้อได้แค่ตอนกลางคืน” ส่วนเขา ไม่ได้บอกเธอถึงเงื่อนไขข้อสุดท้ายที่ไม่มีวันถูกเขียนลงบนกระดาษ ไม่เกินเดือนเดียวก็เบื่อ ในเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงเมืองอาบแผ่นอกกว้างและหน้าท้องที่เป็นลอนกล้ามเนื้อแน่นของเขาเป็นสีทองจางๆ เมื่อเขาเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ทีละก้าว ปลายนิ้วที่มีรอยด้านจากการชกมวยแตะแก้มเธอเบาๆ ไล่ลงมาตามกรอบหน้าจนถึงคาง แล้วเชยมันขึ้นให้สบตา “กลัวเหรอ” “ค่ะ” ผู้ชายที่ไม่เคยรอใคร หยุดรอเธอ “ถ้าคืนนี้เธอไม่พร้อม ก็นอนไป เงินอยู่ในบัญชีเธอแล้ว ไม่มีใครเอาคืน” และนั่นแหละ ที่ทำให้เธอเลือกก้าวเข้าไปหาเขาเอง คืนนั้นเขาได้รู้ว่าเธอไม่เคยมีใครมาก่อน ไม่เคยแม้แต่จูบ ได้รู้ว่าริมฝีปากที่ทาแค่ลิปบาล์มนั้นหวานแค่ไหน ได้รู้ว่าผิวขาวเนียนแดงระเรื่อลามถึงลำคอได้อย่างไรใต้ปลายนิ้วของเขา ได้ยินเสียงตัวเองเรียกชื่อเธอแหบพร่า เหมือนมันหลุดออกมาเอง ครั้งเดียวก็พอแล้ว เขาบอกตัวเอง กฎของเขายังอยู่ แต่จนฟ้าเริ่มสาง มือของเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยปอยผมยาวสีดำที่พันอยู่รอบนิ้ว แล้วกฎที่เขาตั้งไว้หลายปีก็พังลงในคืนที่สอง “ผมจ่ายแปดแสน” เขาพูดเสียงเรียบ เย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งก้อนกลมในแก้ว “ผมไม่ได้ซื้อของราคานั้นมาใช้แค่คืนเดียว” คืนแล้วคืนเล่า บนเตียงผ้าปูสีเทาเข้มที่ลื่นเหมือนน้ำ ในรถสปอร์ตสีดำด้านที่จอดนิ่งอยู่ในเงามืด เขาสอนเธอทุกอย่างช้าๆ ด้วยมือ ด้วยริมฝีปาก ด้วยเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบชิดใบหู จนร่างที่เคยเกร็งแข็งเรียนรู้ที่จะแอ่นรับเขาเอง สัญญาร้อน ห้ามรัก เรื่องของผู้ชายที่ซื้อทุกอย่างได้ด้วยเงิน ยกเว้นสิ่งเดียวที่เขาเพิ่งรู้ว่าขาดไม่ได้ และผู้หญิงที่ขายได้ทุกอย่าง ยกเว้นหัวใจ ที่เธอเผลอให้เขาไปฟรีๆ ตั้งนานแล้ว เขาเป็นคนเขียนกฎ “ห้ามรัก” แต่จะเป็นคนเดียวที่ต้องคุกเข่าชดใช้ เมื่อเธอเลือกเดินออกจากสัญญาฉบับนั้นไป
[เธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายเสเพลไม่มีงานมีการทำ แต่ที่ไหนได้ หมอนั่นดันเป็นถึงบุตรชายท่านรัฐมนตรี!]'จริงใจ' หญิงสาวสู้ชีวิตผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้านและตัดขาดจากครอบครัว เพียงเพราะไม่ยอมถูกคลุมถุงชนให้แต่งงานกับลูกชายกำนัน... ระดับเธอแล้ว แค่ลูกชายกำนันไม่มีวันได้แอ้มหรอก! หญิงสาวหอบกระเป๋ามาทำงานส่งตัวเองเรียนและหาเงินเลี้ยงชีพด้วยหยาดเหงื่อของตัวเองมาโดยตลอดจนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เธอได้มารู้จักกับ 'โปรดปราน' เพื่อนสนิทของแฟนเพื่อน ชายหนุ่มท่าทางเรื่อยเปื่อยที่ชอบแต่งตัวตามสบาย แวะเวียนมาหากลุ่มเพื่อนบ่อยๆ จนดูเหมือนคนว่างงานที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าด้วยความหมั่นไส้ปนหวังดี จริงใจเลยจัดชุดใหญ่สบประมาทตอกหน้าเขาไปฉาดใหญ่"โตจนป่านนี้แล้ว ไปหางานหาการทำเสียบ้างเถอะ อย่าเอาแต่แบมือเกาะพ่อเกาะแม่กินไปวันๆ เลย มันดูไร้ค่า!"คำด่าประโยคนั้นทำเอาคนฟังถึงกับสะอึก... และมันก็ดันไปจุดชนวนความหมั่นไส้ในตัวลูกชายรัฐมนตรีเข้าอย่างจัง! ในเมื่อเธอตราหน้าว่าเขาเป็นคนตกงานเสเพลนักใช่ไหม ได้เลย! เขาจะยอมสลัดคราบท่านประธานบริษัทสุดเนี้ยบ แล้วเดินหน้าทำตัวเป็นไอ้หนุ่มตกงานคอยตามเกาะแกะ แบมือขอเงิน และไถตังค์ออกจากกระเป๋าเธอให้เกลี้ยงเลยคอยดู!จนกระทั่งคืนหนึ่ง ทั้งสองคนปาร์ตี้กินเลี้ยงในกลุ่มเพื่อนจนเมามาย และด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้จริงใจเดินเข้าห้องผิด เข้าห้องที่เปิดประตูแง้มทิ้งไว้เพราะคิดว่าเป็นห้องของตัวเอง..หลังจากผ่านพ้นคืนที่เร่าร้อนนั้นไป แผนการเอาคืนของท่านประธานหนุ่มในคราบคนตกงานจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เขาสลัดภาพลักษณ์หรูหราทิ้ง แล้วตามมารีดไถเงินในกระเป๋าตังค์ของเธอหน้าตาเฉย!"ฉันมีเงินสดอยู่แค่นี้แหละ เอาไปก่อนแล้วกัน เย็นนี้เงินเดือนออกแล้วเดี๋ยวฉันให้อีก!"ธนบัตรมูลค่ารวมหนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วนถูกฟาดลงตรงหน้าชายหนุ่มร่างสูงโปรดปรานมองเศษเงินในมือแล้วก้มหน้านิ่ง... เงินแค่นี้มันจะไปพอทำอะไรกับค่าครองชีพระดับมหาเศรษฐีอย่างเขา แต่เอ๊ะ! ทำไมยอดเงินหนึ่งพันห้าร้อยบาทนี่มันดูคุ้นๆ เหมือนยอดเงินที่มีการซื้อขายกันตามท้องตลาดเลยในเมื่อเธออยากเปย์ เขาก็จะยอมโดนเปย์! แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า... เสียสาวให้เขาแล้ว นอกจากจะต้องเสียเงินคอยเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำเขาต่อแล้ว เตรียมตัวเสียหัวใจดวงนี้ให้ลูกชายรัฐมนตรีถาวรได้เลย!