เธอที่ชีวิตยากลำบากมาตั้งแต่เด็กก็ไม่รู้ว่าโชคชะตาอยากช่วยหรือเกลียดเธอกันแน่ที่ให้เธอมาเจอกับเขา ฟอลคอร์รองหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของสะสม "เก็บปากดีๆ ของเธอไว้ร้องชื่อฉันดีกว่าลลิตา"
เมื่อคนสองคนที่ ไม่ได้รักกัน กลับต้องถูกผูกมัดด้วยคำว่า สามีภรรยา และใช้ชีวิตอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน ในบ้านที่มีเพียงเขากับเธอ * คีริน ทายาทมาเฟียวัย 30 ปี ชายหนุ่มผู้เย็นชา ร้ายลึก และเอาแต่ใจแบบเงียบๆ * อะตอม นักศึกษาสาววัย 22 ปี เด็กแสบตัวแม่ ที่ความดื้อและความเอาแต่ใจไม่แพ้ใคร จากการแต่งงานที่ไร้หัวใจ สู่สมรภูมิแห่งศักดิ์ศรีและความดื้อรั้นเมื่อไม่มีใครยอมใคร เรื่องราววุ่นๆจึงเริ่มต้นขึ้นในบ้านหลังนี้ สุดท้ายแล้ว ระหว่างมาเฟียเย็นชา กับเด็กสาวแสนแสบ ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้หัวใจก่อนกัน
มรดกชิ้นเดียวที่แม่มอบให้ก่อนตาย คือขอย้ายลี่หลิน ลูกสาวคนเดียวของตัวเองเข้าสู่ตระกูลหลง การแต่งงานมีผลทันทีหลังสิ้นงานศพ ทว่ามันกลับไม่ใช่สิ่งที่ลี่หลินเห็นดีเห็นชอบด้วยแม้แต่นิด และไม่เพียงแค่เธอคนเดียวที่คิดแบบนั้น เพราะผู้นำตระกูลหลงอย่างมังกร ก็คิดเช่นเดียวกับเธอ...
แต่งงานแบบคลุมถุงชนโดยที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ จะให้ฉันรักเธอลงได้ยังไง ....... "อ๊ะ! จะ...เจ็บ!" อัยย์วาก็รู้สึกตกใจสุดขีด แต่ในความตกใจก็มีน้อยกว่าความเจ็บปวดที่ได้รับ เพราะแขนเรียวของเธอก็ถูกมือแกร่งบีบแน่นจนแทบน้ำตาเล็ด "เธอจะมาโอดโอยอะไรไม่ทราบ วันนี้ทั้งวันเธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ แค่แก้วใบเดียวเธอก็ยังไม่ล้างเลย คิดจะมาอยู่ที่นี่เฉย ๆ หรือยังไง" "ฉะ...ฉันขอโทษค่ะคุณเดร็ก แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ ถ้าจะให้ฉันทำอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ" มือแกร่งก็คลายออกจากต้นแขนของอัยย์วา โดยที่ได้ฝากรอยมือไว้บนแขนอย่างเด่นชัด เพราะอัยย์วามีผิวที่ขาวใสกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็นแบบฉบับของสาวภาคเหนือส่วนใหญ่ที่มักจะมีผิวขาวใสเป็นส่วนมาก เวลาที่โดนอะไรนิดหน่อยก็มักจะทำให้เกิดรอยได้ง่าย ที่ต้นแขนของอัยย์วาก็ปรากฏรอยมือของเดร็กอย่างชัดเจน "เรื่องแค่นี้จะต้องให้ฉันบอกทุกเรื่องเลยหรือไง คิดเองทำเองไม่ได้เลยว่างั้น? อ้อ...จริงสินะ เธอมันเป็นลูกคุณหนูนี่นา คงจะเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีแต่คนคอยปรนนิบัติอยู่ตลอดเวลาสินะ ถึงได้ทำอะไรไม่เป็นแบบนี้ แต่ขอโทษด้วย ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ อย่ามาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นแค่ผู้อาศัย อย่าคิดว่าฉันจะมาคอยนั่งเอาใจคนที่ทำอะไรไม่เป็นแบบเธอนะ" "เดี๋ยวฉันจะไปจัดการที่ครัวตอนนี้เลยค่ะ" "มันไม่ใช่แค่ครัวอย่างเดียวหรอกนะ อยู่เฉย ๆ ทั้งวันทำไมไม่ทำความสะอาดบ้านด้วย ฉันไม่ชอบความสกปรกเข้าใจหรือเปล่า ถ้าคิดจะมาอยู่เฉย ๆ อย่างสุขสบายที่นี่ล่ะก็ ฝันไปเถอะ! ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ เพราะฉะนั้นก็หัดทำตัวให้มี ประโยชน์ซะบ้างนะ" อัยย์วารู้สึกจุกอยู่ในใจจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะพยักหน้ารับคำแล้วเดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว เพล๊ง! เสียงวัตถุบางอย่างแตกกระทบกับพื้นเสียงดังจนได้ยินไปถึงในห้องรับแขก สีหน้าของอัยย์วาก็ซีดเผือดทันที หลังจากที่พลาดทำของตกแตกเสียหาย ร่างสูงของเดร็กก็โผล่เข้าไปในครัวห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนอัยย์วาก็ยืนตัวสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก "กะ...แก้วมันลื่นหลุดมือฉันน่ะค่ะคุณเดร็ก" "แค่ให้ล้างแก้วใบเดียว เธอก็ยังทำมันตกแตกอีก นี่ฉันถามจริง ๆ เถอะ เธอเคยทำอะไรเป็นบ้างหรือเปล่า" อัยย์วาก็รีบส่ายหน้ายอมรับเพราะเธอไม่เคยทำอะไรจริง ๆ แม้แต่ล้างจานสักใบเธอก็ยังไม่เคยแตะเลยด้วยซ้ำ "ฉันไม่เคยทำเลยค่ะ แต่ฉันเคยเห็นแม่บ้านทำอยู่ ก็พอจะรู้บ้างว่าต้องล้างยังไง แต่มันดันลื่นหลุดมือไปน่ะค่ะ" "ฉันก็อุตส่าห์จะไม่อะไรกับเธอแล้วนะ แต่ทำอะไรไม่เป็นเลยนี่มันจะเกินไปไหม ครอบครัวฉันก็ไม่ใช่ระดับไก่กาหรอกนะ แต่ฉันก็ยังทำทุกอย่างเองได้เลย แค่ล้างแก้วใบเดียวก็ยังทำแตก นี่ฉันควรจะต้องรู้สึกยังไงกับเธอดี" "ฉันขอโทษค่ะ แล้วฉันจะชดใช้ให้นะคะ" "มันไม่ได้เกี่ยวหรอกว่าเธอควรจะชดใช้หรือเปล่า ถึงฉันจะไม่ได้คาดหวังให้เธอมาทำอะไรให้ก็ตาม แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นถึงขนาดนี้ แค่การล้างแก้วล้างจานมันก็เป็นเรื่องพื้น ๆ ไหม ขนาดเด็กอนุบาลยังทำได้เลย แต่แค่นี้เธอยังทำไม่ได้ แล้วเรื่องทำความสะอาดบ้าน เรื่องซักผ้าล่ะ คงยิ่งแล้วใหญ่เลยสินะ" "ขอโทษค่ะ ต่อไปฉันจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ส่วนเรื่องทำงานบ้านกับซักผ้า ฉันยอมรับว่าไม่เคยทำจริง ๆ แต่ฉันก็จะพยายามเรียนรู้และทำให้ได้ค่ะ" "ถามจริง ๆ นะ อยากได้เงินถึงขนาดต้องยอมหมั้นเพื่อจับผู้ชายเลยงั้นหรือ? เพราะไม่เคยลำบากก็เลยอยากหาทางลัดเพื่อให้ได้เงินงั้นสินะ ลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างแบบเธอ ยังจะกล้าแต่งงานออกเรือนกับผู้ชายอีก สามีภรรยามันก็ต้องส่งเสริมกันและกันสิ แต่นี่อะไร...ขนาดฉันก็ยังทำงานบ้านเป็นเลย เธอเป็นผู้หญิงแท้ ๆ ไม่อายบ้างเลยหรือไงเนี่ย" อัยย์วาพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง เพราะทุกประโยคที่คนตรงหน้าพูดมันคือเรื่องจริงทุกอย่าง อัยย์วาไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาเพราะกลัวน้ำตาจะไหล จึงได้แต่ยืนฟังนิ่ง ๆ โดยเก็บซ่อนความรู้สึกเสียงไว้ให้มากที่สุด "มาอาศัยอยู่ที่บ้านของคนอื่นแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้อีก ต่อไปก็อย่าให้ฉันเจอแบบนี้อีกแล้วกัน อ้อ...อย่าลืมเก็บกวาดให้สะอาดด้วย" "ค่ะ" ... ทั้งสองคนก็นั่งรับประทานอาหารบนโต๊ะไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยสักคำ ส่วนอัยย์วาก็รู้สึกทรมานทุกครั้งเวลาอยู่บนโต๊ะอาหาร เพราะเธอไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดจัดได้ จึงได้แต่ยกแก้วน้ำดื่มตามอยู่ตลอดจนเดร็กรู้สึกรำคาญใจ "จะกินข้าวหรือกินน้ำก็เลือกเอาสักอย่างสิ ทำอะไรหลายสิ่งวุ่นวายน่ารำคาญจริง ๆ เลย" "กับข้าวมันเผ็ดมากเลยค่ะ ขนาดทานน้อยก็ยังเผ็ดมาก ถ้าฉันอยากจะขอปรับให้มันเผ็ดน้อยลงกว่านี้จะได้ไหมคะ" "ทำไมฉันจะต้องปรับในสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย แล้วอีกอย่างนะ นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ถ้าเธอจะอยู่ที่นี่ก็อย่าเรื่องมาก ที่นี่ไม่มีคนที่จะคอยนั่งทำอะไรตามใจเธอหรอกนะ ทำเป็นกินเผ็ดไม่ได้ แล้วตอนเช้าไม่เรียกว่ากินหรือไง ดัดจริตน่ารำคาญจริง ๆ ฉันเคยบอกแล้วนี่ ถ้าไม่ไหวก็กลับเชียงใหม่ไปซะ อย่ามาทำตัวเป็นภาระให้กับฉัน" อัยย์วาแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินคำว่า ตัวภาระ ทุกประโยคที่เขาเอ่ยออกมาเธอก็พอจะรับฟังได้ แต่ประโยคสุดท้ายก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาทันที "ฉันพูดแค่นี้ก็ร้องไห้ซะงั้น แล้วฉันพูดอะไรผิด จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องครอบครัวฉันสินะ จะไปฟ้องว่าฉันรังแกเธองั้นหรือเปล่า" "ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะร้องไห้นะคะ แต่น้ำตามันไหลออกมาเอง" "จะกินหรือจะร้องไห้ก็เลือกเอาสักอย่าง เห็นหน้าเธอทีไรก็ไม่เจริญอาหารสักที กลับจากถ่ายละครมาก็โคตรจะเหนื่อย กลับมาแล้วก็ยังมาเจออะไรที่บั่นทอนจิตใจอีก รู้ตัวบ้างก็ดีนะว่าเธอมันตัวปัญหาและสร้างภาระให้ฉันมากแค่ไหน" ร่างสูงก็วางช้อนส้อมกระทบกับจานเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องด้วยความหงุดหงิดใจ ส่วนอัยย์วาก็น้ำตาไหลไม่หยุด เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะทำให้เจ้าของบ้านไม่พอใจมากขนาดนี้ ใบหน้าใสของอัยย์วาแดงก่ำ ดวงตากลมโตแดงช้ำด้วยความเสียใจ ก่อนจะกุมท้องแล้วร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วนเพราะรับประทานอาหารที่มีรสจัดเกินไป
ครองโสดมา 29 ปี ผู้หญิงที่เคยหลับนอนชั่วคืน หอบทารกฝาแฝดมาให้ “ฉันพาลูกสาวคุณมาส่งค่ะ” “ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ลูกผม ลูกเสือลูกจระเข้ที่ไหนก็ไม่รู้” “ลูกคุณนั่นแหละ หน้าเหมือนคุณ จะลูกใครอีก !”
มาตาลดา คุณหนูทายาทร้านเพชร สาวสวยวัย 22 ปี ดีไซเนอร์เพชรฝีมือดี กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบริษัทเครื่องเพชรชื่อดัง เธอมีอนาคตที่สดใส และความรักที่เหมือนจะมั่นคง จนกระทั่งวันที่เธอจับได้ว่าแฟนหนุ่มซึ่งเป็นคุณหมอรูปหล่อ แอบนอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง โลกของเธอพังลงอย่างกะทันหัน เหลือเพียงความเจ็บปวดที่อยากลืมให้เร็วที่สุดคืนนั้น เธอเดินเข้าสู่ผับหรูด้วยหัวใจแตกสลาย ผู้จัดการผับเห็นเธอนั่งซึมเลยเสนอหนุ่มตัวท็อปของร้านให้เธอในราคาเพียงคืนละ 6,000 บาท ซึ่งในความมึนชาและสิ้นหวัง มาตาลดาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนั้นจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาลชายคนนั้นไม่ใช่เด็กของผับ แต่คือ ฌาลัลล์ เซอร์เลส หนุ่มหล่อวัย 28 ปี เจ้าของผับ และมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนจากสายตาคนนอก เขาเห็นเธอครั้งแรกในสภาพหญิงสาวตัวเล็กบาง สวยหยาดเยิ้ม และบางอย่างในตัวเธอทำให้หัวใจที่เคยเย็นชาของเขาไหวสะท้าน ความเข้าใจผิดว่าเขาคือตัวท็อปของผับทำให้เธอกอดเขาแน่นจนไม่ยอมปล่อยในคืนนั้น เธอถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกของเขาอย่างไม่ทันรู้ตัว ความเมา ความอ่อนแอ และแรงปรารถนาที่โอบล้อมทำให้เธอตกเป็นของชายแปลกหน้าโดยไม่ทันระวังตัว และภายใต้เงามืดของอำนาจ เธอถูกพาไปเซ็นเอกสารสำคัญทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เอกสารนั้นคือ ทะเบียนสมรสลับ ที่มีชื่อเธอและเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตาลดาหนีจากเขา หวังว่าจะจบทุกอย่างไว้แค่คืนนั้น และกลับไปใช้ชีวิตในบริษัทตามเดิม แต่เมื่อเธอเดินเข้าที่ทำงานในวันรุ่งขึ้น CEO คนใหม่ของบริษัทก้าวเข้ามาในบริษัท และใบหน้าของเขาคือชายเมื่อคืน ฌาลัลล์ เชอร์เลส สามีลับของเธอ ผู้ชายที่ตั้งใจจะไม่ยอมปล่อยเธอไป เธอถูกเขาจองให้มาเป็นคุณนายเซอร์ ตั้งแต่คืนแรกที่เร้าร้อน
เขาหนุ่มหล่อเงียบขรึม เจ้าชู้ตัวพ่อ ด้วยความเงียบๆคลูๆแบดๆของเขา ยิ่งทำให้ผู้หญิงเข้าหาเพิ่มอีกเท่าตัว แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ความเงียบนิ่งนั้น เขากลับมีภรรยาอยู่แล้ว ส่วนเธอสาวสวยหมวยเอ็กซ์ที่เป็นที่หมายตาของผู้ชาย เธอสวยเธอน่ารัก เธอสดใส มีผู้ชายเข้ามาจีบไม่ซ้ำหน้า แต่แล้วชีวิตเธอก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เมื่อเธอต้องแต่งงานกับไอ้บ้าเงียบขรึมจอมเย็นชา แถมเป็นเสือที่เขี้ยวเล็บยาวเสียด้วย ถึงแม้จะมีข้อตกลงก่อนแต่ง แต่เธอรู้สึกว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย
เรื่องย่อ 'โอนิซึกะ คามิ' คือน้องสาวยากูซ่า แค่ได้ยินนามสกุล ผู้ชายที่ดาหน้าเข้ามาจีบก็เผ่นแน่บ สาวน้อยน่ารักอย่างเธอจึงเปล่าเปลี่ยวหัวใจมาทั้งชีวิต แม้แต่เพื่อนสนิทยังมีแฟนมาเย้ยให้เจ็บใจเล่น กระทั่งได้พบกับพ่อหนุ่มตรงไทป์อย่าง 'วินซ์' ในผับ เขาใจดีและโคตรจะโซฮ็อต คนอยากมีผัวจนตัวสั่นอย่างเธอมีหรือที่จะปฏิเสธ แต่ดันมารู้ทีหลังว่าเขามีแฝดชื่อ 'วิคเตอร์' คนแรกก็สุดจะเพอร์เฟกต์ อีกคนก็ดุดันกร้าวใจ ความรักอัตราส่วนแบบ 2 : 1 จึงเริ่มขึ้นแบบลับๆ วาสนาสาวโสดมายี่สิบเอ็ดปีแบบเธอ สุภาษิตที่ว่ารักพี่เสียดายน้องไม่เกิดขึ้นกับคามิแน่นอน เพราะเธอจะเอาทั้งพี่และรักทั้งน้องแบบไม่ต้องมีใครเสียใจ “มึงไม่ได้บอกยัยนี่เหรอ ว่าเราจะทำแบบสามคน” “บอกแล้ว” “คามิมัวแต่หลงคนหล่ออะ ไม่ทันได้ฟัง” “แล้วเธอจะเอาไง ไปหรือเปล่า” “ไปสิ”
”ปากดีงี้ ระวังจะโดนฉันต่อยสั่งสอนด้วยปากเข้าสักวัน“ เรื่องราวของหญิงสาวที่ประสบเหตุการณ์เสี่ยงชีวิต หมอดูบอกว่าเธอต้องผูกดวงกับคู่แท้ภายในหนึ่งเดือน เพื่อที่คู่จะได้คุ้มกันเคราะห์ร้ายให้ ทว่ามันไม่ง่าย เพราะเขาคือใครก็ไม่รู้ ซึ่งเธอได้เจอตัวโดยบังเอิญ ทั้งไม่เอาไหน ดื้อ เกเร อันธพาล แถมยังเจ้าชู้อีก งานนี้เขาค้านหัวชนฝา เพราะไม่อยากโดนผูกมัด เสียอิสระ เธอจึงต้องวางแผน มัดมือเขาใส่แหวนเข้านิ้วนางข้างซ้าย วิธีไหนที่เธอจะใช้ ติดตามได้ใน #สยบรักวิศวะหล่อร้าย
หลังจากที่พ่อเสียชีวิตไปอย่างกระทันหัน เธอเลยต้องกลายมาเป็นเสาหลักของบ้าน “ฟาร์ม” เด็กนิเทศศาสตร์ ปี 4 จากลูกสาวเจ้าของไร่กาแฟ สู่ผู้หญิงที่กำลังจะ “ขายเวลาและรอยยิ้ม” เพื่อแลกกับเงิน เพียงเพราะต้องการหาค่าผ่าตัดให้กับแม่ที่ล้มป่วย “ทำไมถึงมาสมัครงานที่นี่” เจ้าของคลับสุดหล่อ ผู้เย็นชาและปากร้ายเอ่ยถามออกไป “ต้องใช้เงินค่ะ” ติณณ์เงยหน้าขึ้นทันที สายตาคมจับจ้องเธอ ราวกับจะมองให้ทะลุทุกคำโกหก “เด็กในร้านทุกคนก็ต้องใช้เงิน เธอต่างยังไง” คำถามนั้นแทงใจจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาตรง ๆ ก่อนจะเอ่ยออกไป “ของคนอื่นอาจเป็นความอยาก แต่ของฉัน เป็นความจำเป็นค่ะ” ความนิ่งในแววตาคู่นั้นทำให้ติณณ์ถึงกับชะงักไปชั่ววินาที เธอนิ่งเกินกว่าที่เขาจะอ่านออก และความรู้สึกนี้มันทำให้เขาหงุดหงิด เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่เด็กสาวโลกสวยอย่างที่รูปลักษณ์บอกเลยแม้แต่น้อย “จำเป็นแค่ไหน ถึงต้องมาทำงานแบบนี้” “ถ้าฉันไม่ตอบคำถามนี้ คุณยังจะรับฉันเข้าทำงานอยู่หรือเปล่าคะ” คนตัวสูงถึงกับกระแอมออกมา แต่ก็ยังนิ่งเก็บอาการ เขานึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าย้อนถามเขา ตรง ๆ แบบนี้ ทว่าเขาเลือกที่จะไม่ถามต่อ แต่ในใจแทบอยากจะลากเด็กคนนี้เข้าไปลงโทษในห้องให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย ปากดีขนาดนี้ อยากรู้ว่าอย่างอื่นจะดีเหมือนปากหรือเปล่า มาดูกันว่า เฮียติณณ์จะแพ้ทางเด็กดื้อคนนี้หรือเปล่า